
กรมวิชาการเกษตร เร่งคุม “ปัจจัยเกษตรออนไลน์” เปิดเกม Smart Regulation ยกระดับทั้งระบบ
กรมวิชาการเกษตร จัดเวทีใหญ่ ถกกำกับดูแล “ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรออนไลน์” มุ่งสู่ Smart Regulation พร้อมมอบโล่ Q-FACTORY ยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ
KEY
POINTS
- กรมวิชาการเกษตรจัดเวทีเสวนาเพื่อวางกรอบกำกับดูแลการค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรผ่านช่องทางออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
- มุ่งสู่แนวทางการกำกับดูแลอัจฉริยะ (Smart Regulation) ที่เน้น 5 มิติสำคัญ เช่น การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย การป้องปรามเชิงรุก และการบังคับใช้กฎหมาย
- บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและคุ้มครองเกษตรกรให้ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ
วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานเปิดการเสวนาเรื่อง “การเสริมสร้างกรอบการกำกับดูแลการค้าสินค้าเกษตรดิจิทัล : มุมมองเชิงนโยบายและหลักธรรมาภิบาล” พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ประกอบการในโครงการ Q-FACTORY ประจำปี 2568 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
สำหรับการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น องค์ความรู้ และข้อเสนอเชิงนโยบายในการกำกับดูแลการค้าสินค้าเกษตรในยุคดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย วัตถุอันตรายทางการเกษตร และเมล็ดพันธุ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ได้ดำเนินมาตรการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงพบการกระทำผิด จึงจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และคุ้มครองเกษตรกรให้ได้รับปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย
ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “นโยบายการกำกับดูแลร้านค้าออนไลน์ภายใต้บริบทความท้าทายทางกฎหมายยุคดิจิทัล” โดยมีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการกำกับดูแลร่วมกัน
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้กล่าวถึงทิศทางการกำกับดูแลในอนาคตว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการขยายตัวของการค้าออนไลน์ ทำให้การกำกับดูแลปัจจัยการผลิตทางการเกษตรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงและลดความเสี่ยงต่อเกษตรกรและผู้บริโภค”
ทั้งนี้ แนวทางการขับเคลื่อนจะมุ่งเน้น 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย การป้องปรามเชิงรุกด้วยระบบเฝ้าระวังและการวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ผ่านช่องทางดิจิทัล การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร
“ในอนาคต การกำกับดูแลจะต้องมุ่งสู่การกำกับดูแลอัจฉริยะ (Smart Regulation) ที่สร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการคุ้มครองความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรของประเทศไทยอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว






