
ดัน B7 สะดุด “เมทานอล” ขาด อุตฯเอทานอล ชงรัฐ เร่ง E20 ลดนำเข้าน้ำมัน
แผนเพิ่มไบโอดีเซล จาก B5 เป็น B7 สะดุด “เมทานอล” ขาดตลาด ขณะที่ รง.เอทานอล จากอ้อย มันสำปะหลัง อ้อนรัฐเร่ง E 20 -E100 แทนเบนซิน ชี้ราคาถูกกว่า 2 บาทต่อลิตร เดินตามโมเดลบราซิล-อินเดีย ลดนำเข้าน้ำมัน
KEY
POINTS
- นโยบายผลักดันการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B7 ประสบปัญหาจากการขาดแคลน "เมทานอล" ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิต
- ภาคอุตสาหกรรมเอทานอลเสนอให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เพื่อเป็นทางเลือกในการลดการนำเข้าน้ำมัน
- การใช้ E20 สามารถช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้ราว 10% เนื่องจากไทยมีศักยภาพในการผลิตเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลังเพียงพอต่อความต้องการ
สถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น กำลังเปิดโอกาสให้พลังงานชีวภาพของไทยกลับมาเป็นทางเลือกสำคัญในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ล่าสุดกระทรวงพลังงาน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ผลักดันใช้ “น้ำมันบนดิน” เพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมัน B100 ในไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7
นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจน้ำมันปาล์มครบวงจร และกรรมการคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าขณะนี้ภาคการผลิตไบโอดีเซลกำลังเผชิญปัญหาสำคัญจากการขาดแคลน “เมทานอล” (หรือที่มักเรียกว่า เมทิลแอลกอฮอล์)ซึ่งเป็นสารแปรสภาพที่จำเป็นต่อกระบวนการผลิตไบโอดีเซล ส่งผลให้การเพิ่มสัดส่วนการผสมจาก B7 ไปสู่ B10 หรือ B20 ทำได้ยากกว่าที่คาดการณ์ไว้
“สาเหตุหลักมาจากปริมาณเมทานอลในตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งกระบวนการนำเข้าใช้เวลาพอสมควร ส่งผลให้เกิดภาวะคอขวดในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายพลังงาน”
นายประกิต กล่าวว่า ปัญหานี้สะท้อนถึงการขาดการเตรียมความพร้อมด้านนโยบายของภาครัฐกำหนดแนวทางใช้ไบโอดีเซลในระดับ B5 เป็นหลัก ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำมันปาล์มไม่ได้วางแผนสำรองสารปรุงแต่งสำหรับการผลิตในระดับที่สูงขึ้นนอกจากนี้ การสำรองเมทานอลยังถือเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ หากนโยบายรัฐไม่มีความชัดเจนหรือเปลี่ยนแปลงบ่อย ภาคเอกชนก็ยากที่จะตัดสินใจสต็อกวัตถุดิบในปริมาณมาก
อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมมองว่าไบโอดีเซลยังมีศักยภาพสูงในการช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ หากประเทศไทยสามารถผลิตและใช้ B7 หรือ B10 ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้น จะสามารถทดแทนน้ำมันดีเซลได้ประมาณวันละ 3–5 ล้านลิตร
ด้านนายเจษฎา ว่องวัฒนะสิน นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย เผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพของไทย โดยเฉพาะน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งสามารถช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้ ซึ่งในอดีตประเทศไทยมีการใช้น้ำมัน E85 ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าได้มาก แต่ปัจจุบันนโยบายส่งเสริม E85 แทบจะไม่เหลือแล้ว ดังนั้นแนวทางที่เป็นไปได้ในขณะนี้คือการผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมัน E20 มากขึ้น หากสามารถเพิ่มการใช้ E20 ได้ในวงกว้าง จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันลงได้ราว 10% อีกทั้งประเทศไทยยังมีวัตถุดิบสำคัญอย่างอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งสามารถนำมาผลิตเอทานอลได้เพียงพอ
เมื่อพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมัน ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นของ ULG 95 หรือเบนซินที่ยังไม่ผสมเอทานอล อยู่ที่ประมาณ 30.2983 บาทต่อลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.04 บาทต่อลิตร เหตุผลที่ E20 มีราคาถูกกว่า เนื่องจากมีการผสมเอทานอล 20% ซึ่งมีราคาถูกกว่า โดยราคาเอทานอลในเดือนมีนาคมอยู่ที่ประมาณ 20.50 บาทต่อลิตร การผสมเอทานอลจึงช่วยดึงราคาหน้าโรงกลั่นให้ต่ำกว่าเบนซิน 95 ประมาณ 2 บาทต่อลิตร เป็นพลังงานสะอาด ปัจจุบันประเทศไทยใช้น้ำมันเบนซินเฉลี่ยของประเทศที่ประมาณ 30 ล้านลิตรต่อวัน หากเปลี่ยนมาใช้ E20 ทั้งหมด จะต้องการเอทานอลประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งยังอยู่ในระดับที่กำลังการผลิต 7 ล้านลิตรต่อวันสามารถรองรับได้อย่างสบาย
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,184 วันที่ 19 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2569






