thansettakij
thansettakij
ไฟสงครามลามนาไทย 'ธรรมนัส' ชี้น้ำมัน–ปุ๋ยแพง โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่

ไฟสงครามลามนาไทย 'ธรรมนัส' ชี้น้ำมัน–ปุ๋ยแพง โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่

16 มี.ค. 2569 | 06:19 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 2569 | 06:21 น.

“ธรรมนัส” ห่วงสงครามตะวันออกกลางดันน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย ลั่นรักษาการรัฐมนตรีฯ ต้องประคองสถานการณ์รอรัฐบาลใหม่ ย้ำจุดยืนการเมือง “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน เพื่อนไม่มีวันตาย”

KEY

POINTS

  • ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า แสดงความกังวลต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ราคาพลังงานและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น
  • ราคาน้ำมันและปุ๋ยที่แพงขึ้นเป็นการซ้ำเติมต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะชาวนาที่เผชิญปัญหาราคาข้าวตกต่ำอยู่แล้ว
  • ในฐานะรัฐมนตรีรักษาการจะเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยอมรับว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาดูแลและหามาตรการช่วยเหลือ

วันที่ 16 มีนาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานและปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และกำลังซ้ำเติมต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะชาวนา ที่ต้องเผชิญปัญหาราคาข้าวตกต่ำมาอย่างยาวนานอยู่แล้วในสถานการณ์ปกติ ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวก็เผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งราคาข้าวที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต รวมถึงปริมาณผลผลิตที่มีจำนวนมาก แต่ช่องทางการตลาดยังไม่สามารถรองรับได้อย่างเต็มที่ ทำให้รายได้ของเกษตรกรไม่สมดุลกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยิ่งทำให้สถานการณ์ยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังที่กำลังจะมาถึง หากราคาพลังงานยังคงสูง ก็จะกระทบเกษตรกรโดยตรง

“เรื่องนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต้องให้ความสำคัญ และต้องทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่า โดยเฉพาะการบริหารจัดการปัจจัยการผลิต และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงรอยต่อของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ร้อยเอกธรรมนัสในฐานะรัฐมนตรีรักษาการ ยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อประคองสถานการณ์ไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรไปมากกว่านี้ โดยได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พร้อมยอมรับว่า ขณะนี้งบประมาณกลางของรัฐบาลได้ถูกนำไปใช้ในภารกิจอื่นเป็นจำนวนมาก ทำให้วงเงินที่เหลืออยู่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งการดูแลด้านงบประมาณเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะต้องพิจารณาหามาตรการรองรับ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่กระทบต่อทุกภาคส่วนของประเทศ

“ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เราจะพยายามประคองสถานการณ์ให้ดีที่สุดในช่วงนี้ เพราะนโยบายหลักต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯคนใหม่ที่จะเข้ามาบริหารจัดการ” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

 

นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวถึงบทบาทของพรรคกล้าธรรม หลังจากดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มายาวนานถึง 7 ปี ว่า แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่พรรคยังสามารถทำหน้าที่ผ่านกลไกรัฐสภาได้ ทั้งการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล ผ่านสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการทำงานผ่านคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เพื่อผลักดันนโยบายด้านการเกษตรได้ต่อไป

ส่วนกรณีที่พรรคกล้าธรรมมีมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยันว่า เป็นมติของพรรคที่พิจารณาแล้วว่า ยังไม่มีบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมที่จะให้การสนับสนุน จึงเลือกงดออกเสียงดีกว่า พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากตัวเขาเพียงคนเดียว แต่เป็นมติของพรรคที่ได้หารือร่วมกันก่อนเข้าประชุม

เมื่อถูกตั้งคำถามว่าการงดออกเสียงดังกล่าว เป็นการรอจังหวะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ตอบชัดว่า พรรคกล้าธรรมมีหลักการ มีอุดมการณ์ และมีจุดยืนของตัวเอง ไม่ได้ดำเนินการทางการเมืองเพื่อรอเข้าร่วมรัฐบาล

ขณะที่ประเด็นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรมจะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เพราะยังไม่มีการหารือภายในพรรคอย่างเป็นทางการ

ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังมีการกล่าวถึงคำว่า “ความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ” นั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ชีวิตของตนมีเพื่อน มีพี่ มีน้องจำนวนมาก และยึดถือหลักการสำคัญมาตลอดว่า “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน” “ผมจบนักเรียนเหล่าฯ สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากคือคำว่า เพื่อนไม่มีวันตาย ถ้าท่านนายกฯกล่าวถึงผม ผมก็หมายถึงท่าน”