thansettakij
thansettakij
จับตา 11 มี.ค. มิลค์บอร์ด เคาะลดราคาน้ำนมดิบเหลือ 19.45 บาท/กก. ฝ่านมผงถล่มตลาด

จับตา 11 มี.ค. มิลค์บอร์ด เคาะลดราคาน้ำนมดิบเหลือ 19.45 บาท/กก. ฝ่านมผงถล่มตลาด

10 มี.ค. 2569 | 05:52 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 2569 | 05:53 น.

ประธานสภาเกษตรกรฯ เผยแผน อ.ส.ค.กู้เงิน 600 ล้าน จ่ายค่าน้ำนมดิบเกษตรติดหล่ม ลุ้นรัฐบาลใหม่ปลดล็อก-จับตามติมิลค์บอร์ด หั่นราคาน้ำนมดิบ 11 มี.ค. 69 จาก 20.22 บาท เหลือ 19.45 บาทต่อกิโลฯ สกัดนมผงย้อมแมวขายในโครงการนมโรงเรียน ทุบเกษตรกร ทำน้ำนมดิบล้นวันละ 200 ตัน

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) จะประชุมในวันที่ 11 มีนาคม เพื่อพิจารณาปรับลดราคารับซื้อน้ำนมดิบ
  • มีการเสนอให้ปรับลดราคาจาก 20.22 บาท เหลือ 19.45 บาท ซึ่งสวนทางกับต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • การพิจารณาเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และการแข่งขันจากนมผงนำเข้าราคาถูก ซึ่งพบปัญหาการลักลอบนำไปผสมในโครงการนมโรงเรียน งบ 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปี

อุตสาหกรรมโคนมไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งปัญหาการบริหารจัดการภายใน ข้อติดขัดทางกฎหมายในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับนโยบายการปรับลดราคาน้ำนมดิบ ขณะที่ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับผลกระทบการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย- ออสเตรเลีย (TAFTA) และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP)  ตั้งแต่ปี 2568 และขณะนี้กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 2

นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และอดีตประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ถึง ความคืบหน้ากรณีองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ขอกู้เงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจำนวน 600 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายหนี้ค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่เกษตรกรนั้น ขณะนี้เรื่องยังค้างอยู่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แม้กองทุนฯ จะอนุมัติไปนานแล้ว แต่เนื่องจากมีการยุบสภา ทำให้เลขาธิการ ครม. ไม่สามารถนำเรื่องเข้าพิจารณาได้

จากการหารือเพื่อขอให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกฤษฎีกาตีความในการอนุมัติเรื่องดังกล่าว ผลสรุปคือไม่สามารถอนุมัติได้ในช่วงรัฐบาลรักษาการ โดยต้องรอให้มี ครม. ชุดใหม่เข้ามาบริหาร ซึ่งคาดว่าเร็วที่สุดคือช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจากมติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของ อ.ส.ค. อย่างมาก เนื่องจากเงินกู้งวดแรก 200 ล้านบาทถูกใช้หมดไปแล้ว

 

จับตา 11 มี.ค. มิลค์บอร์ด เคาะลดราคาน้ำนมดิบเหลือ 19.45 บาท/กก. ฝ่านมผงถล่มตลาด

อย่างไรก็ดีประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ การประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ "มิลค์บอร์ด" (Milk Board) ในวันที่ 11 มีนาคม นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาปรับลดราคาน้ำนมดิบจาก 20.22 บาท เหลือ 19.45 บาท ตามการเสนอของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)

ต่อเรื่องดังกล่าว นายนัยฤทธิ์มองว่า การปรับลดราคานี้มีความ "ย้อนแย้ง" กับสถานการณ์จริง เนื่องจากต้นทุนเกษตรกร ทั้งค่าไฟฟ้า น้ำมัน และปุ๋ย ต่างปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม ถ้าลดราคาลงในขณะที่ต้นทุนทุกอย่างเป็นบวกหรือเพิ่มขึ้น อาชีพการเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานนี้อาจถึงขั้นล่มสลาย หากทุกภาคส่วนไม่จับมือร่วมกันต่อสู้"

สำหรับการแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ทางสภาเกษตรกรฯ เสนอให้มีการบริหารจัดการงบประมาณโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนใหม่ เนื่องจากปัจจุบันมีงบประมาณตั้งไว้ 14,000 ล้านบาท สำหรับเด็กกว่า 8 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงมีเด็กเพียง 6.2 ล้านคน ทำให้มีเงินเหลือจ่ายประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลนำงบส่วนนี้มาสนับสนุนให้เด็กได้ดื่มนมเพิ่มอีก 105 วัน หรือดื่มครบ 365 วันต่อปี จะช่วยทั้งด้านโภชนาการของเด็กและช่วยระบายน้ำนมดิบของเกษตรกรได้ โดยที่สำนักงบประมาณไม่น่าจะติดขัดเพราะเห็นชอบในหลักการอยู่แล้ว

 

นายนัยฤทธิ์ กล่าวว่า ในระยะยาวอุตสาหกรรมนมไทยต้องเผชิญกับการเปิดเสรีทางการค้า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ซึ่งจะไม่มีมาตรการคุ้มครองเหมือนในอดีต ขณะที่ปัจจุบันทางผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งข้อสังเกตน้ำนมดิบล้น พบปัญหาการลักลอบผสมนมผงในโครงการนมโรงเรียนเพื่อลดต้นทุน ซึ่งภาคเอกชนบางรายอาจใช้ช่องว่างนี้เนื่องจากนมผงนำเข้ามีราคาต่ำกว่า

จับตา 11 มี.ค. มิลค์บอร์ด เคาะลดราคาน้ำนมดิบเหลือ 19.45 บาท/กก. ฝ่านมผงถล่มตลาด

“ล่าสุดมีมาตรการเร่งด่วนมอบให้กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ช่วยกันหาเครื่องแยกครีมเพื่อแปรรูปน้ำนมดิบเป็นเนยหรือชีส และแผนการสร้างโรงงานนมผงในประเทศ เพื่อลดสัดส่วนการนำเข้านมผงจากต่างประเทศที่สูงถึง 90,000 ตันต่อปี ให้เหลือเพียง 50,000 ตัน และหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศแทน อย่างไรก็ตาม แผนงานทั้งหมดนี้ยังต้องรอความชัดเจนและการอนุมัติจากรัฐบาลชุดใหม่เพื่อขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม” นายนัยฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย