thansettakij
พาณิชย์ปูพรม 12 จังหวัด สอบเอกชน 1.1 แสนบริษัท เสี่ยงบัญชีม้า-นอมินี

พาณิชย์ปูพรม 12 จังหวัด สอบเอกชน 1.1 แสนบริษัท เสี่ยงบัญชีม้า-นอมินี

17 ก.พ. 2569 | 04:57 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.พ. 2569 | 06:50 น.

กรมพัฒน์ฯ เดินหน้าปี 69 ตรวจเข้ม 117,496 บริษัทต้องสงสัยถือหุ้นแทนต่างชาติ ส่องบัญชี-ที่ดิน โทษคุก 3 ปี ปรับ 1 ล้าน สกัดบัญชีม้านิติบุคคล เตือนขายหัวบริษัทเสี่ยงผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมตรวจสอบเชิงลึกบริษัทกว่า 1.1 แสนแห่งที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) และการเปิดบัญชีม้านิติบุคคล
  • การตรวจสอบจะพุ่งเป้าไปที่บริษัทใน 12 จังหวัดหลักที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต และเชียงใหม่
  • มาตรการคุมเข้มการจดทะเบียนบริษัทใหม่ช่วยลดปัญหาบัญชีม้าได้ แต่พบช่องโหว่ใหม่คือการซื้อบริษัทเก่าที่เลิกกิจการแล้วมาใช้หลอกลวง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวัง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในปี 2569 กรมจะตรวจสอบคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เข้มข้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีบริษัทคงอยู่ 778,457 ราย ในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนกับคนไทย 121,096 บริษัท โดยร่วมทุนตั้งแต่ 0.01-49.99% กว่า 117,496 บริษัท คิดเป็น 97% ของบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุน และในนี้มี 109,046 บริษัทอยู่ใน 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ เชียงใหม่ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ นนทบุรี สมุทรสาคร ระยอง และกระบี่ ส่วนอีก 8,450 บริษัทอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ 

ทั้งนี้ กรมฯ จะตรวจสอบ 117,496 บริษัท ที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุนแบบเข้มข้นแบบพุ่งเป้า เน้นสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายความทุกแห่ง ที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นร่วมกับชาวต่างชาติตั้งบริษัทในลักษณะนอมินี โดยไม่ร่วมลงทุนจริง และตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน เบื้องต้น 21,459 บริษัท

รวมถึงตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินี และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ หากพบการกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับปีที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบและส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย ส่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบต่อ 3,634 ราย และส่งเรื่องนิติบุคคลเข้าข่ายทำผิด 11 รายให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ส่วนการบังคับใช้มาตรการเข้ม 4 คำสั่ง 2 ประกาศสำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่เริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2569 เพื่อป้องกันการจัดตั้งบริษัทใหม่แล้วนำไปใช้เปิดบัญชีม้านิติบุคคล เพื่อหลอกลวงประชาชน 

จากข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งว่า การจัดตั้งบริษัทใหม่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2569 พบตั้งบริษัทใหม่แล้วนำไปเปิดบัญชีม้านิติบุคคล เพียง 1 บริษัท จากปี 2568 ที่พบมากถึง 549 บริษัท แต่จากการเข้มงวดดังกล่าว ผู้ไม่สุจริตกลับใช้ช่องโหว่อื่นได้อีก เช่น ซื้อหัวบริษัท จากเจ้าของที่ไม่ทำธุรกิจต่อแล้วนำมาหลอกลวงประชาชน ซึ่งกรมจับตาดูอย่างใกล้ชิด กำกับดูแล และป้องกันแล้ว เพื่อปิดกั้นโอกาสที่มิจฉาชีพจะดำเนินการที่ไม่สุจริตผ่านช่องโหว่ที่มีอยู่ รวมไปถึงช่องโหว่อื่นๆ

“ฝากเตือนเจ้าของบริษัทที่ไม่ได้ทำธุรกิจต่อแล้วประกาศขายหัวบริษัททางสื่อสังคมออนไลน์ ให้ใช้ความระมัดระวังให้มาก มิฉะนั้นอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และอาจมีความผิดไปด้วย”