thansettakij
ซินเจนทา เปิดตัวข้าวโพดพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูงสุด 2.1 ตันต่อไร่ ช่วยเกษตรกรสู้ต้นทุนผันผวน

ซินเจนทา เปิดตัวข้าวโพดพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูงสุด 2.1 ตันต่อไร่ ช่วยเกษตรกรสู้ต้นทุนผันผวน

15 ก.พ. 2569 | 07:05 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.พ. 2569 | 07:05 น.

ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย เปิดตัวเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสม ให้ผลผลิตสูงสุด 2.1 ตันต่อไร่ ชูจุดเด่นผลผลิตสูง ทนโรค ปรับตัวได้หลากหลายพื้นที่ เสริมความมั่นใจเกษตรกรในยุคต้นทุนผันผวน

KEY

POINTS

  • ซินเจนทาเปิดตัวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ใหม่ “NK 6954” เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรสู้กับต้นทุนการผลิตที่ผันผวน
  • พันธุ์ใหม่มีศักยภาพให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 1,700–2,100 กิโลกรัมต่อไร่ มีจุดเด่นที่ลำต้นแข็งแรง ฝักใหญ่ และเมล็ดติดเต็มฝัก
  • สามารถปลูกได้ในหลากหลายสภาพพื้นที่ ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง และมีความทนทานต่อโรคราน้ำค้างและโรคใบไหม้แผลใหญ่

ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายสำคัญของประเทศ เดินหน้าถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เกษตรกร ผ่านกิจกรรม “NK HERO DAY รุ่นใหญ่ สู่ รุ่นใหม่” พร้อมเปิดตัวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ “NK 6954” อย่างเป็นทางการ มุ่งเพิ่มทางเลือกการผลิตที่ตอบโจทย์ทั้งศักยภาพผลผลิตและความต้องการของตลาดอาหารสัตว์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

กิจกรรมจัดขึ้นที่สถานีวิจัยและพัฒนา อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เปิดพื้นที่แปลงสาธิตให้เกษตรกรจากภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงดีลเลอร์และเกษตรกรผู้นำชุมชน เข้าชมลักษณะพันธุ์จริงในแปลง ตั้งแต่ความแข็งแรงของลำต้น ขนาดฝัก ความสม่ำเสมอของเมล็ด ตลอดจนแนวทางบริหารจัดการแปลงปลูกอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ ระยะปลูก ไปจนถึงการใช้สารอารักขาพืชอย่างถูกต้อง

ซินเจนทา เปิดตัวข้าวโพดพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูงสุด 2.1 ตันต่อไร่ ช่วยเกษตรกรสู้ต้นทุนผันผวน

รูปแบบการจัดงานภาคสนามสะท้อนแนวทางถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เน้นประสบการณ์ตรง ช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจเลือกพันธุ์ได้แม่นยำขึ้น ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตและความแปรปรวนของสภาพอากาศ ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังคงเป็นวัตถุดิบหลักในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งมีความต้องการใช้อย่างสม่ำเสมอ

นายสามิต บุรีแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ยุคใหม่ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มผลผลิต แต่ต้องคำนึงถึงความสม่ำเสมอของการเจริญเติบโต ความสามารถปรับตัวในสภาพพื้นที่แตกต่าง และการใช้งานจริงในแปลงเกษตรกร พันธุ์ NK 6954 จึงต่อยอดจากความสำเร็จของตระกูล NK โดยเน้นความแข็งแรงของต้น ความสมบูรณ์ของฝัก และศักยภาพผลผลิตที่พิสูจน์ได้จากแปลงสาธิต

สามิต บุรีแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย

สำหรับคุณสมบัติเด่น NK 6954 ใช้เวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 105–120 วัน ออกไหมราว 53–55 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,700–2,100 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะฝักขนาดใหญ่ มีจำนวนแถวเมล็ด 14–16 แถว เมล็ดติดเต็มปลายฝักช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อฝัก สามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่ราบและราบลุ่ม เหมาะกับระบบเก็บสด ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยเฉพาะข้าวโพดหลังนา

ซินเจนทา เปิดตัวข้าวโพดพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูงสุด 2.1 ตันต่อไร่ ช่วยเกษตรกรสู้ต้นทุนผันผวน

ด้านการจัดการแปลง แนะนำระยะปลูก 70 x 20 เซนติเมตร หรือประมาณ 11,400 ต้นต่อไร่ พันธุ์ดังกล่าวมีความทนทานต่อสารนิโคซัลฟูรอนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และมีความทนทานต่อโรคราน้ำค้างและโรคใบไหม้แผลใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคสำคัญในแปลงผลิต เมล็ดพันธุ์มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 3 หุน และ 3.5 หุน รองรับรูปแบบการปลูกที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

ซินเจนทา เปิดตัวข้าวโพดพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูงสุด 2.1 ตันต่อไร่ ช่วยเกษตรกรสู้ต้นทุนผันผวน

ผู้บริหารซินเจนทา ระบุเพิ่มเติมว่า NK 6954 เป็นผลลัพธ์ของการผสานองค์ความรู้ด้านพันธุกรรม การคัดเลือกสายพันธุ์ และการทดสอบในสภาพแปลงจริง เพื่อให้ได้พันธุ์ที่แข็งแรง ให้ผลผลิตสูง และปลูกได้หลากหลายสภาพพื้นที่ สอดรับความต้องการของเกษตรกรและอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในระยะยาว พร้อมย้ำความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความยั่งยืนระบบการผลิตและเพิ่มความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกรไทย