thansettakij
ตุรกี ประกาศคุมเข้มนำเข้า 'อาหารจากสัตว์' เตือนส่งออกไทยรอรับแรงกระทบ

ตุรกี ประกาศคุมเข้มนำเข้า 'อาหารจากสัตว์' เตือนส่งออกไทยรอรับแรงกระทบ

06 ก.พ. 2569 | 08:26 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.พ. 2569 | 09:01 น.

กรมการค้าต่างประเทศ เตือนผู้ประกอบการไทย ภายหลังตุรกีเพิ่มขั้นตอนนำเข้าอาหารจากสัตว์ ตามกฎหมาย EU ทำให้ต้องขออนุญาต–ขึ้นทะเบียนใหม่ แม้ผลกระทบยังจำกัด แต่ห้ามมองข้าม

KEY

POINTS

  • ตุรกีเพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้าสินค้าอาหารจากสัตว์บางชนิด เช่น ผลิตภัณฑ์นม ปลาและอาหารทะเล เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป (EU)
  • ผู้ส่งออกไทยที่ต้องการส่งสินค้ากลุ่มดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของตุรกี โดยต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานที่กำกับดูแลของไทย
  • ผลกระทบต่อการส่งออกของไทยโดยรวมคาดว่ามีไม่มากนัก เนื่องจากสินค้ากลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนเพียง 1.23% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดไปตุรกี

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สาธารณรัฐตุรกี โดยกรมควบคุมอาหาร กระทรวงเกษตรและป่าไม้ ได้เพิ่มขั้นตอนการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากสัตว์หรือผลผลิตของสัตว์บางชนิด ได้แก่ สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาและอาหารทะเล เจลาตินและคอลลาเจนสำหรับบริโภค

ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยด้านอาหารและอาหารสัตว์ สาธารณสุขพืช สุขภาวะและการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ตามกฎหมาย "Veterinary Services, Plant Health, Food and Feed Law" เลขที่ 5996 ของสหภาพยุโรป (EU) โดยผู้ประกอบการที่จะสามารถส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวไปยังสาธารณรัฐตุรกีได้ ได้แก่ 

  • ผู้ประกอบการที่เป็นประเทศสมาชิก EU ที่ลงทะเบียนและได้รับการอนุมัติผ่านระบบ TRACE NT ของ EU 
  • ผู้ประกอบการที่ไม่เป็นประเทศสมาชิก EU ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงเกษตรและป่าไม้ สาธารณรัฐตุรกี 

นางอารดา กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์จะส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวไปยังสาธารณรัฐตุรกี ให้ติดต่อหน่วยงานของไทยที่กำกับดูแลสินค้าแต่ละกลุ่ม (CA) อาทิ สินค้าปลาและอาหารทะเล ให้ติดต่อไปที่กรมประมง เพื่อให้ดำเนินการส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังกรมควบคุมอาหาร กระทรวงเกษตรและป่าไม้ สาธารณรัฐตุรกี เพื่อพิจารณาอนุมัติให้เป็นผู้ส่งออกไปยังสาธารณรัฐตุรกีต่อไป

จากนั้นผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติให้ส่งออกได้ที่ระบบ Approved Establishment System of the Republic of Turkiye (TRIOS) โดยเข้าถึงได้ทางเว็บไซต์ tarimorman

จากข้อมูลสถิติการค้า ปี 2568 (ม.ค. - พ.ย.) ไทยมีการส่งออกสินค้าไปยังสาธารณรัฐตุรกี มูลค่ารวม 40,616.16 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ 

1.รถยนต์/อุปกรณ์และส่วนประกอบ 

2.เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

3. ยางพารา 

สำหรับสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาและอาหารทะเล เจลาตินและคอลลาเจนสำหรับบริโภค ไทยมีการส่งออกไปยังสาธารณรัฐตุรกี มูลค่ารวม 498.68 ล้านบาท คิดเป็น 1.23% ของมูลค่ารวมการส่งออกสินค้าไปสาธารณรัฐตุรกี 

โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกปลาที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย คาเวียร์และของที่ใช้แทนคาเวียร์ (พิกัด 1604) 

นางอารดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การเพิ่มขั้นตอนการนำเข้าสินค้าข้างต้นของสาธารณรัฐตุรกี อาจไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยมากนัก เนื่องจากไทยมีการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวไปสาธารณรัฐตุรกีเพียงเล็กน้อย 

อย่างไรก็ดี ผู้ส่งออกไทยควรศึกษาและติดตามข้อมูลกฎระเบียบตลอดจนเงื่อนไขการส่งออกอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการส่งออก โดยสามารถ Scan QR Code เพื่อตรวจสอบพิกัดสินค้าที่สาธารณรัฐตุรกีเพิ่มขั้นตอนการนำเข้าดังกล่าว 

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการของประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทราบสำหรับเตรียมความพร้อมในการปรับตัวกับนโยบายฯ ของประเทศคู่ค้าต่อไป