thansettakij
CPCRT เดินหน้าคาร์บอนเครดิต T-VER ดันสวนยางลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 แสนตัน

CPCRT เดินหน้าคาร์บอนเครดิต T-VER ดันสวนยางลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 แสนตัน

05 ก.พ. 2569 | 11:44 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 2569 | 13:10 น.

เครือซีพี เร่งเกม Net Zero หลัง CPCRT ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER โครงการที่ 3 ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 14,500 ตันต่อปี พร้อมขยายผลสู่เกษตรกรเครือข่าย 10,000 ไร่ในปี 2569

KEY

POINTS

  • อบก. เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนโครงการคาร์บอนเครดิต T-VER ในสวนยางพาราของเจริญโภคภัณฑ์การเกษตร (CPCRT) เป็นโครงการที่ 3
  • โครงการครอบคลุมพื้นที่สวนยางใน จ.อุทัยธานีและนครพนม คาดว่าจะสามารถลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้รวม 101,801 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในระยะเวลา 7 ปี
  • มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของเครือซีพี พร้อมสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรจากการขายคาร์บอนเครดิต

นายเกรียงไกร วัฒนาสว่าง  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด  ​ธุรกิจพืชครบวงจรข้างขนส่งและบริการ​เครือเจริญโภคภัณฑ์​(ซีพี) เปิดเผยภายหลังจากที่คณะกรรมการฯ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีมติเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน “โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครพนม ตามมาตรฐานของประเทศไทย (Standard T-VER)  ประเภทการลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตร (FOR&AGI)

ล่าสุดได้ผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการที่​ 3 ที่ได้ดำเนินโครงการในพื้นที่เกษตรกรจำนวน 3,409.35 ไร่  มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,543 ตัน/ปี  ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (20 มิถุนายน 2568  - 19 มิถุนายน 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,801 ตันคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่า)

โดยที่ผ่านมาจากนโยบาย นายประสิทธิ์ ดำรงชิตานนท์ รองประธานกรรมการ ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ  ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ร่วมมือกับธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ดำเนินโครงการฯดังกล่าว​ของธุรกิจฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบต่อสังคมในการลดผลกระทบจากการเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในปัจจุบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์  (Net Zero) ในปี 2050   ตามเป้าหมายเครือเจริญโภคภัณฑ์​นั้น​

CPCRT เดินหน้าคาร์บอนเครดิต T-VER ดันสวนยางลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 แสนตัน

ที่ผ่านมา​บริษัทเจริญโภคภัณฑ์การเกษตร​ ดำเนินโครงการดังกล่าวในเริ่มตั้งแต่ปี​  25567-2568   จำนวน​  3 โครงการ  รวมพื้นที่​   7,774.25 ไร่ คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้รวม 33,207 tCO2eq/year. ประกอบด้วย โครงการที่ 1 โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดเลย  พื้นที่ 3,400.35 ไร่  มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,535 ตัน/ปี  ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (5 เมษายน 2567 - 4 เมษายน 2574) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,745 ตัน

 

โครงการที่ 2 โครงการการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดเลย โครงการ 1/2568​พื้นที่​  964.55 ไร่  มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 4,129 ตัน/ปี  ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (6 พฤษภาคม 2568  - 5 พฤษภาคม 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 28,903 ตัน

ล่าสุดโครงการที่ 3 เป็นโครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครพนม พื้นที่​  3,409.35 ไร่  มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,543 ตันต่อปี  ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (20 มิถุนายน 2568  - 19 มิถุนายน 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,801 ตัน

สำหรับปี​  2569 ธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์การเกษตรจำกัด มีเป้าหมายร่วมกับ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ขยายผลการดำเนินโครงการฯ​ ในพื้นที่เป้าหมาย​ของเกษตรกรเครือข่าย​  พื้นที่​ 10,000 ไร่  และในอนาคตธุรกิจคาร์บอนเครดิต​มีเป้าหมาย​ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย​(กยท.) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวในพื้นที่ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทยต่อไป

 

CPCRT เดินหน้าคาร์บอนเครดิต T-VER ดันสวนยางลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 แสนตัน

 

นอกจากนี้นายเกรียงไกรกล่าวเพิ่มเติมว่า​ ที่ผ่านมาธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ได้ดำเนินงาน​ธุรกิจยางพาราในรูปแบบครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559  โดยบริษัทฯ เล็งเห็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( Climate  Change) เกิดสภาวะโลกร้อนไปทั่วโลกศักยภาพด้านการดูดซับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของต้นยางพารา

นอกเหนือจากการผลิตยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา โดยศักยภาพดังกล่าวถือเป็นผลพลอยได้นำมาใช้ประโยชน์สามารถสร้างรายได้เสริมเพิ่มจากอาชีพหลักเกิดความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา  โดยบริษัทฯเป็นผู้ดำเนินการโครงการ​  และการลงทุนทั้งหมดให้กับเกษตรกรจนถึงผ่านการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และแบ่งปันผลประโยชน์จากการขายคาร์บอนเครดิตให้เกษตรกรตามเงื่อนไขข้อตกลง

CPCRT เดินหน้าคาร์บอนเครดิต T-VER ดันสวนยางลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 แสนตัน

 

บริษัทฯได้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นระบบครบวงจรเพื่อให้เกิดรายได้ที่ดีเกิดความยั่งยืนแก่เกษตรกรสวนยางพาราในเครือข่ายของธุรกิจ  โดยให้ความสำคัญในการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยได้ดำเนินการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรที่ขายยางพาราให้แก่บริษัทฯ ว่ามีการครอบครองที่ดิน และกระบวนการผลิตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าผลผลิตจากสวนยางพาราที่นำส่งให้บริษัทฯไม่ได้บุกรุกทำลายป่า สามารถตรวจสอบย้นกลับ​ สอดคล้องกับมาตรฐาน​  European Union Deforestation Regulation (EUDR) กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ​และมาตรฐาน Forest Stewardship Council (FSC)สภาการจัดการป่าไม้การรับรอง (Certify)ผลิตภัณฑ์ไม้ กระดาษ และบรรจุภัณฑ์ ว่ามาจากป่าไม้ที่ได้รับการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

 

CPCRT เดินหน้าคาร์บอนเครดิต T-VER ดันสวนยางลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 แสนตัน

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาธุรกิจต้นน้ำเกษตรกรสมาชิกโครงการฯ ให้มีรายได้เสริมจากอาชีพหลักจากการขายคาร์บอนเครดิตในสวนยางพารา  สอดคล้องตามหลัก 3 ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น​  เกษตรกรมีรายได้เสริมเพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิตจากอาชีพหลัก  ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจเกิดความยั่งยืน  ให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจ​ สังคม และสิ่งแวดล้อมในชุมชน​ ตามนโยบายและเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์​ในการก้าวสู่เป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality 2030) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์