thansettakij
เดิมพันทุเรียนแสนล้าน จับตาจีนเพิ่มตรวจ 5 สารตกค้าง เซ็นทรัลแล็บเร่งรับมือ

เดิมพันทุเรียนแสนล้าน จับตาจีนเพิ่มตรวจ 5 สารตกค้าง เซ็นทรัลแล็บเร่งรับมือ

04 ก.พ. 2569 | 19:45 น.

จับตาจีนเพิ่มตรวจ 5 สารตกค้าง ด่านจีนใหม่ เอ็มดีเซ็นทรัลแล็บ เร่งรับมือตรวจวิเคราะห์ทุเรียน เดิมพันทุเรียนแสนล้าน

KEY

POINTS

  • จีนเพิ่มมาตรการตรวจเข้มทุเรียนไทย โดยกำหนดให้ตรวจสารเคมีตกค้าง 5 ชนิดเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออกมูลค่าแสนล้านบาท
  • เซ็นทรัลแล็บไทยเร่งเตรียมความพร้อมรับมือ โดยกังวลว่าหากจีนกำหนดวิธีตรวจแบบเฉพาะเจาะจง อาจทำให้ระยะเวลาตรวจนานขึ้นและต้องลงทุนเครื่องมือใหม่กว่า 60 ล้านบาท
  • ผู้ส่งออกต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสาร 5 ชนิดใหม่ประมาณ 5,000 บาท และได้รับการเตือนไม่ให้เสี่ยงเลี่ยงการตรวจ เพราะอาจสร้างความเสียหายมหาศาลหากถูกตีกลับ

ท่ามกลางความกังวลของผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนไทยต่อมาตรการตรวจสารตกค้างของจีนที่เข้มงวดขึ้น “ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย)” หรือ“เซ็นทรัลแล็บไทย” ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสินค้าเกษตร ได้ออกมาให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายชาคริต เทียบเธียรรัตน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดมุมมองต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมย้ำว่าแนวโน้มโดยรวมไม่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะราชาผลไม้ “ทุเรียนไทย” ในปี 2568 ที่ส่งออกไปจีนได้ถึง 122,290 ล้านบาท ยังคงสะท้อนศักยภาพการแข่งขันของไทยได้

5 สารตกค้างทุเรียน ด่านจีนใหม่

นายชาคริต เปิดประเด็นว่า มาตรการตรวจสารตกค้าง 5 ชนิดในทุเรียนส่งออกไปจีน สถานการณ์โดยรวมไม่น่ากังวล คาดว่าจะสามารถคลี่คลายได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยได้รายงานความคืบหน้าให้ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับทราบแล้ว

 

 

เดิมพันทุเรียนแสนล้าน จับตาจีนเพิ่มตรวจ 5 สารตกค้าง เซ็นทรัลแล็บเร่งรับมือ

สำหรับสารที่อยู่ในขอบข่ายการตรวจสอบ ได้แก่ ฟิโพรนิล (Fipronil), คาร์โบซัลแฟน (Carbosulfan), อะซีเฟต (Acephate) ,ไดเมโทเอต (Dimethoate) และคาร์โบฟูแรน (Carbofuran) ซึ่งห้องปฏิบัติการของไทยมีระบบตรวจวิเคราะห์สารเหล่านี้อยู่แล้วตามมาตรฐานการส่งออกผักและผลไม้ทั่วไป โดยใช้ระยะเวลาเพียง 24–48 ชั่วโมงก็จะทราบผล อย่างไรก็ตามในกรณีของทุเรียน อยู่ระหว่างประสานกับกรมวิชาการเกษตร เพื่อพิจารณาว่าจีนจะกำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการตรวจเพิ่มเติมจากแนวปฏิบัติมาตรฐานหรือไม่

“ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากจีนกำหนดให้ตรวจสารบางชนิดด้วยวิธีสกัดแยกเฉพาะตัว แทนการตรวจแบบรวมหลายสาร (Multi-residue) จะทำให้ระยะเวลาการตรวจยืดออกไปจากเดิมประมาณ 24 ชั่วโมง เป็นราว 48 ชั่วโมง เนื่องจากต้องแยกเครื่องมือและขั้นตอนการสกัดเพิ่มเติม ต้องรอความชัดเจนว่าทางการจีนจะเลือกใช้วิธีการตรวจมาตรฐานปัจจุบัน หรือย้อนกลับไปใช้วิธีแยกตรวจแบบเดิมในอดีต”

 

ทั้งนี้ถ้าจำเป็นต้องดำเนินการสกัดแยกจริง ต้องลงทุนเครื่องมือเพิ่มเติมเครื่องละประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อให้สามารถให้บริการได้ทันภายในกรอบเวลา 24 ชั่วโมงตามที่ผู้ประกอบการต้องการ อย่างน้อยต้องมี 3 เครื่อง ประจำในพื้นที่ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และภาคใต้ รวมวงเงินลงทุนราว 60 ล้านบาท โดยเครื่องมือเหล่านี้ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นหรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้เวลาขนส่งทางเรือพอสมควร ความกังวลสำคัญคือ จำเป็นต้องทราบกรอบเวลาให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อเร่งสั่งเครื่องให้ทันฤดูกาลทุเรียนในเดือนเมษายนนี้

 

เดิมพันทุเรียนแสนล้าน จับตาจีนเพิ่มตรวจ 5 สารตกค้าง เซ็นทรัลแล็บเร่งรับมือ

 

สำหรับการส่งออกทุเรียนที่ต้องแนบผลตรวจวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 (BY2) ปีนี้ทางเซ็นทรัลแล็บฯ ได้ปรับลดราคาลงเหลือ 4,500 บาทต่อครั้ง ต่ำกว่าปีก่อน 400 บาท เนื่องจากทราบปริมาณงานที่แน่นอน ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ขณะที่การตรวจสารใหม่อีก 5 รายการ คาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท หรือบวกลบเล็กน้อย ซึ่งถ้ารวม 2 รายการก็ร่วมหมื่นบาทแล้ว

ทั้งนี้ อยากฝากเตือนผู้ประกอบการว่าไม่ควรมองเพียงเรื่องราคา โดยไม่ยอมตรวจ และยอมเสี่ยงวัดดวงที่ปลายทาง เพราะหากใช้แล็บที่ไม่ได้มาตรฐานแล้วตรวจพบสารตกค้างที่ประเทศปลายทาง ตู้สินค้าจะถูกแบนทันที อาจสร้างความเสียหายในระดับประเทศที่สูงถึงหลักแสนล้านบาท

 

ตรวจ“แคดเมียม-สาร BY2” หนุนรายได้โต

สำหรับในปี 2568 ที่ผ่านมา “เซ็นทรัลแล็บไทย” คาดว่าจะมีรายได้จากการดำเนินงานรวมประมาณ 800 ล้านบาท เติบโตสูงถึงราว 50–60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแรงหนุนหลักมาจากการตรวจแคดเมียมและสาร BY2 ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้รวมกว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกัน การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในบริการและนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังช่วยเสริมการเติบโตเพิ่มเติมอีกราว 10–20%

อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวยังถือว่าไม่ยั่งยืนในระยะยาว เนื่องจากพึ่งพามาตรการบังคับตรวจสารของประเทศคู่ค้า เช่น จีน หากมาตรการเหล่านี้ถูกยกเลิก หรือเกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจนกลายเป็น “Red Ocean” และนำไปสู่การตัดราคาจนไม่เหลือกำไร ก็อาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของระบบมาตรฐานการตรวจสอบของประเทศในระยะยาวได้

 

ถอดบทเรียนกัญชา ฟองสบู่ธุรกิจแล็บแตก

นายชาคริต กล่าวอีกว่า “ธุรกิจห้องแล็บดูเหมือนหอมหวาน แต่ในความเป็นจริงกลับโหดร้ายอย่างยิ่ง หลายรายแห่ลงทุนช่วงกระแสกัญชา ก่อนจะต้องปิดกิจการไปจำนวนมาก เพราะมาตรฐานเปลี่ยนเร็วทุก 6 เดือนถึง 1 ปี อีกทั้งยังต้องพึ่งพานักวิชาการและบุคลากร R&D เฉพาะทาง ซึ่งมีต้นทุนเงินเดือนระดับหลักล้านบาทต่อเดือน”

ในกรณีของเซ็นทรัลแล็บ ได้เตรียมความพร้อมตรวจวิเคราะห์สารได้มากกว่า 500 ชนิด ขณะที่บางประเทศ เช่น จีน ประกาศให้ตรวจเพียงไม่กี่ชนิด แต่หากไทยไม่มี “National Lab” เป็นของตัวเอง ประเทศจะตกอยู่ภายใต้การผูกขาดของแล็บต่างชาติ ซึ่งสามารถตั้งราคาค่าตรวจได้ตามใจต้องการ ตัวอย่างเช่น กรณี BY2 เดิมแล็บต่างชาติเรียกเก็บสูงถึง 8,000–9,000 บาทต่อครั้ง แต่เมื่อเซ็นทรัลแล็บกำหนดราคา 4,900–5,000 บาท ราคาตลาดก็ต้องปรับลดลงตาม

“แม้ธุรกิจแล็บจะลงทุนสูงและเผชิญความเสี่ยงจากมาตรฐานที่เปลี่ยนตลอดเวลา แต่ทางเซ็นทรัลแล็บฯยังจำเป็นต้องดำเนินการเพราะนี่คือกลไกของรัฐ เป็น “นักรบเสื้อกาวน์” ที่ช่วยปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ” นายชาคริต กล่าว

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,172 วันที่ 5 - 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569