
ไทย–กัมพูชา จับมือลุย 4 มาตรการ ฟื้นสัมพันธ์ เดินหน้าสู่สันติภาพยั่งยืน
“สีหศักดิ์” ย้ำไทย–กัมพูชาจับมือฟื้นความร่วมมือ หลังผู้นำสองประเทศลงนามถ้อยแถลงร่วมต่อหน้าผู้นำสหรัฐฯ และมาเลเซีย ย้ำเจตนารมณ์แก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี เดินหน้าลดความตึงเครียดผ่าน 4 มาตรการหลัก
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาร่วมลงนามในถ้อยแถลงร่วม เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
- ข้อตกลงมุ่งเน้นการลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการจัดการพื้นที่รุกล้ำ
- ฝ่ายกัมพูชาได้ประกาศความพร้อมที่จะถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
จากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายฮุน มาแนด นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ร่วมลงนามใน ถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา (Joint Declaration) โดยมี ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว(26 ต.ค. 2568)
ภายหลังพิธีลงนาม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เอกสารฉบับนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
ทั้งนี้เอกสารฉบับนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไทยและกัมพูชาที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี โดยระบุถึงวิธีการที่จะแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ ต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ
สำหรับประเด็นสำคัญของถ้อยแถลงฯ คือ การลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนผ่าน 4 มาตรการ ได้แก่
1.การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนกลับสู่ที่ตั้งปกติ
2.การเก็บกู้ทุ่นระเบิด
3.การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์
และ 4.การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่มีการรุกล้ำเขตแดนของอีกฝ่าย
ทั้งนี้ไทยและกัมพูชาจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างจริงใจและจริงจัง โดยไทยยินดีที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ประกาศในพิธีการลงนามถ้อยแถลงฯ ข้างต้นว่า กัมพูชาพร้อมที่จะถอนอาวุธหนัก
เชื่อว่า หากมีการดำเนินมาตรการที่ตกลงกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะกลับมาเป็นปกติ






