
หอการค้าฯหนุนทีมเศรษฐกิจ ครม.ใหม่ มองสร้างความเชื่อมั่น-ใช้คนนอกลดการเมืองนำ
รองประธานหอการค้าไทย มองทีมเศรษฐกิจ ครม.ใหม่ “หน้าตาดูดี–ใช้ได้” ชี้การดึงคนนอกช่วยลดการเมืองนำ เสริมความเชื่อมั่น พร้อมวางใจบุคคลหลักในกระทรวงเศรษฐกิจ หากเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทัน จะกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาจำกัด 4 เดือนของรัฐบาล
KEY
POINTS
- หอการค้าฯ มองทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ในเชิงบวก จากการดึงคนนอกเข้าร่วมทีม ซึ่งช่วยลดการเมืองนำและสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน
- บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ตรงในสายงานนั้นๆ และเป็นที่ยอมรับ เช่น กระทรวงพาณิชย์ การคลัง และพลังงาน
- ภาคเอกชนฝากความหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วน โดยเฉพาะการกระตุ้นกำลังซื้อ ปัญหาเงินบาทแข็งค่า และหนี้ครัวเรือน
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงโผคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจว่า เท่าที่ติดตามรายชื่อในรอบนี้ถือว่าหน้าตาดูดีและใช้ได้ โดยดึงคนนอกเข้ามาร่วมทีม มองเป็นเชิงบวกเพราะไม่เอาการเมืองมานำในการแต่งตั้งมากเกินไปเหมือนในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และสร้างเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง
สำหรับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้บริหารกลุ่มดุสิตธานีที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ผ่านมาก็ได้มาช่วยดูแลงานของหอการค้าไทยทางด้านการค้ามาโดยตลอด เป็นหนึ่งในบุคคลที่หอการค้าฯให้ความเชื่อถือ
ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยเป็นอธิบดีในหลายกรมของกระทรวงการคลัง ได้เห็นภาพกว้างของเศรษฐกิจไทย และที่สำคัญยังรู้กลไกการขับเคลื่อนในเชิงการเมืองและระบบราชการ คาดหวังจะตัดสินใจในเรื่องการคลังของประเทศได้เร็วเพราะรัฐบาลมีอายุการทำงานเพียง 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย
ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงาน มาจากสายตรงด้านพลังงานอยู่แล้ว มีความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงานเป็นอย่างดี ที่สำคัญจะรู้วิธีว่าจะทำอย่างไรให้ต้นทุนด้านพลังงานของไทยลดลง รวมถึงรู้เรื่องของความยั่งยืนของพลังงานไทยในอนาคต ซึ่งต้องรอดูว่า รัฐมนตรีพลังงานจะมีแผนระยะกลาง และระยะยาวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของพลังงานไทยอย่างไร
สำหรับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีชื่อจะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(ล่าสุดยังไม่แน่นอน) ถือเป็นผู้มีประสบการณ์เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ น่าจะสานงานต่อได้ไม่ยาก ส่วนนายอรรถกร ศิริลัทธยากร จากรัฐมนตรีเกษตรฯในรัฐบาล “แพทองธาร”ที่จะโยกมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถือเป็นคนหนุ่มไฟแรง มีความสดใหม่ น่าจะมีความรู้ความเข้าใจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่า ซึ่งต้องให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง
นายธนกร วังบุญคงชนะ ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีความคาดหวังที่จะเข้ามาดูแลและปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม และดูแลเรื่องระบบนิเวศ (ecosystem) ของภาคอุตสาหกรรมให้มีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น ในต้นทุนที่ลดลง และเดินหน้าในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ดีสิ่งที่อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ไขปัญหาในเวลานี้คือ การเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชน การแก้ไขเงินบาทที่แข็งค่ามากในรอบ 4 ปี ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก และภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างมากในเวลานี้ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และหนี้สินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐในการส่งออกสินค้า และสินค้าต่างประเทศเข้ามาแย่งตลาดในประเทศ รวมถึงขอให้กำกับดูแลในการลดดอกเบี้ยนโยบาย และดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลงอีก เพื่อให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง และมีสภาพคล่องมากขึ้น






