
พาณิชย์กางแผนดัน FTA ไทย–อิสราเอล ตั้งเป้าเปิดเจรจาปี 2568
“พิชัย” หารือทูตอิสราเอล กางแผนผลักดัน FTA ไทย–อิสราเอล ตั้งเป้าหมายเริ่มต้นการเจรจา ในปี 2568 ผลักดันส่งออกข้าวไทย สินค้าเกษตรและอาหาร
วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2568) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พบหารือกับนางออร์นา ซาร์กิฟ (H.E. Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้า รวมทั้งหารือแผนการทำงานสำหรับการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกันในอนาคต
นายพิชัย กล่าวว่า อิสราเอลเป็นประเทศทะเลทรายในตะวันออกกลางที่มีรายได้สูง มีพื้นที่การเกษตรไม่มาก และมีความนิยมบริโภคข้าวคุณภาพดี จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะขยายการส่งออกข้าวคุณภาพ เช่น ข้าวหอม ข้าวหอมมะลิ และข้าวไรซ์เบอร์รี โดยฝ่ายอิสราเอลได้แสดงความต้องการที่จะขยายการค้ากับไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะในสินค้าเกษตรและอาหาร อาทิ ข้าว อาหารสำเร็จรูป อาหารทะเลกระป๋อง และผักผลไม้กระป๋อง
"ได้แจ้งเอกอัครราชทูตอิสราเอลถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นมากในปีนี้ การส่งออกในช่วง 2 เดือนแรกขยายตัวดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่การส่งออกของไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นผลมาจากการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่เริ่มออกดอกออกผล และขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างการส่งออกไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง โดยจะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB ระดับโลกในอนาคต" นายพิชัย ระบุ
ทั้งนี้ฝ่ายอิสราเอลได้ชื่นชมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย และเห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมืออีกมาก โดยเฉพาะสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น การเกษตรสมัยใหม่ การบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริม SMEs และ Start Up การวิจัยและพัฒนา และอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
พร้อมกันนี้ อิสราเอลยังสนใจที่จะมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ อิสราเอลกำลังมองหาบริษัทไทยที่จะมาเป็นพันธมิตรในสาขาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (cyber security) เทคโนโลยีทางการเงิน (fintech) และอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งอาเซียน
ขณะที่รมว.เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอิสราเอล ยังตั้งใจที่จะเดินทางเยือนประเทศไทยในช่วงกลางปีนี้ ตามคำเชิญของรมว.พาณิชย์ ซึ่งเห็นว่าจะเป็นโอกาสอันดีมาก เนื่องจากจะเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจการค้าจากอิสราเอลจะได้เดินทางเยือนไทย
อย่างไรก็ตามจึงได้เสนอจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ระดับรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก และจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศในการขยายความร่วมมือด้านต่าง ๆ ระหว่างกัน
อีกทั้งยังได้เสนอฝ่ายอิสราเอลว่า เห็นควรให้เจ้าหน้าที่กรมเจรจาฯ ของสองประเทศเร่งพูดคุยรายละเอียดขอบเขตการเจรจา FTA ระหว่างกัน เพื่อทั้งสองฝ่ายจะได้ดำเนินการกระบวนการภายในและนำไปสู่การเริ่มต้นเจรจา FTA ไทย–อิสราเอล ในปี 2568 นี้
สำหรับปี 2567 อิสราเอลเป็นคู่ค้าอันดับที่ 39 ของไทยในตลาดโลก และอันดับที่ 6 ในตะวันออกกลาง การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า1,281.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกของไทย 813.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าของไทย 468.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ ข้าว ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง และส่วนประกอบ
ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เพชร เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ผักผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักผลไม้ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์






