
ค้าไข่ส่งสัญญาณ วันหยุดยาวยอดขายวูบ ลุ้นต้นเดือนเงินรัฐปลุกตลาดฟื้น
ผู้ค้าไข่ไทยชี้วันหยุดยาวทำยอดขายชะลอ ก่อนกลับมาฟื้นช่วงต้นเดือนจากแรงหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทยพลัส ย้ำไข่ไก่ยังเพียงพอ แม้ตลาดอยู่ในภาวะของน้อยแต่ไม่ขาด" ขณะที่วงในแฉเบื้องหลัง ไข่ล้น-ไข่ขาด เกิดจากขบวนการแจ้งเลี้ยงไก่เกินโควตา-หลบเลี่ยงใบเคลื่อนย้าย
KEY
POINTS
- ผู้ค้าไข่คาดการณ์ว่ายอดขายจะชะลอตัวลงในช่วงวันหยุดยาว และจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งช่วงต้นเดือนจากกำลังซื้อของโครงการรัฐ
- สถานการณ์ไข่ไก่ในตลาดตึงตัวแต่ไม่ถึงกับขาดแคลน ส่งผลให้ราคาขายส่งทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นจนมีราคาใกล้เคียงกัน
- ปัญหาการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่จากต่างประเทศ และขบวนการ "ไก่ผี" ที่เลี้ยงเกินโควตา เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปริมาณไข่ไก่ในระบบ
นายสุธาศิน อมฤก เลขานุการสมาคมการค้าผู้ค้าไข่ไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าซึ่งมีวันหยุดยาว คาดว่ากำลังซื้อไข่ไก่จะชะลอตัวลงตามพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภค ก่อนที่ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงต้นเดือนถึงวันที่ 15 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลให้ยอดจำหน่ายมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากนั้นตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัว
“แม้ปริมาณไข่ไก่ในตลาดช่วงนี้จะดูตึงตัว ซึ่งเข้าสู่เทศกาลกินเจ คาดว่าจะมีการทยอยปลดแม่ไก่ยืนกรงออกจากระบบการผลิตอีกระลอก ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างปริมาณไข่ไก่ในตลาดช่วงปลายปี อย่างไรก็ดี สถานการณ์ตลาดไข่ไก่ไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับภาวะของน้อยแต่ไม่ขาดตลาด"
ราคาไข่ไก่ "มิติใหม่" ขายส่งราคาเดียวเกือบทั่วประเทศ
ขณะที่โครงสร้างราคาขายส่งเกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หลังพบราคาไข่ไก่ในภูมิภาคพุ่งสูงจนเกือบเท่ากับราคาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัจจุบันราคาไข่ไก่ เบอร์ 1 พุ่งสูงอยู่ที่ประมาณ 126 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นประเด็นน่าสนใจที่สุดในเชิงพาณิชย์คือ "มิติใหม่ของราคาขายส่ง" ที่ราคาในภาคอีสาน ภาคใต้ และกรุงเทพฯ มีส่วนต่างกันไม่เกิน 3-4 บาทเท่านั้น
นายสุธาศิน กล่าวว่า จากข้อมูลในอดีตราคาไข่ไก่ในภาคอีสานจะถูกกว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 6 บาท แต่ปัจจุบันราคาขยับขึ้นมาเท่ากัน เนื่องจากปัญหาของขาดในพื้นที่ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะ ตลาดตึงตัวทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ค้าที่มี "คิวประจำ" ยังคงมีสินค้าหมุนเวียนแม้จะปริมาณน้อยลง แต่กลุ่ม "คิวลอย" หรือผู้ค้ารายย่อยต้องเผชิญภาวะไม่มีของจนต้องเปิด-ปิดร้านสลับกัน
ปัจจัยลบซ้ำเติม โรคระบาดในต่างประเทศและต้นทุนพันธุ์สัตว์
นอกจากการบริหารจัดการภายใน ปัจจัยภายนอกยังเป็นตัวฉุดรั้งปริมาณการผลิต โดยเฉพาะ ปัญหาการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ (PS) ที่ทำได้ยากลำบาก เนื่องจากประเทศคู่ค้าเผชิญกับปัญหาโรคระบาด ส่งผลให้ปริมาณไก่ในระบบลดลง ประกอบกับนโยบายการปลดแม่ไก่จำนวนไก่ลงเพื่อรักษาเสถียรภาพในช่วงก่อนหน้า ทำให้ปริมาณไข่ไก่ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำแต่ยืนยันว่า ไม่ได้เกิดภาวะขาดแคลน และมีแนวโน้มที่ปริมาณไข่จะทยอยเพิ่มเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องส่วนในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม
เปิดโปงขบวนการ "ไก่ผี" และ "ใบเคลื่อนย้ายล่องหน"
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยสาเหตุหลักที่ทำให้ส่วนกลางไม่สามารถบริหารจัดการสมดุล "ไข่ล้น-ไข่ขาด" ได้อย่างแม่นยำ เกิดจาก ในการบริหารจัดการตัวเลข โดยมีการเปิดเผยถึงขบวนการ "ไก่ผี" หรือการเลี้ยงไก่เกินโควตาที่แจ้งไว้กับกรมปศุสัตว์ รวมถึง การเลี่ยงใบเคลื่อนย้าย ฟาร์มที่อยู่ใกล้จุดกระจายสินค้าจะใช้วิธีการขนส่งโดยไม่มีใบเคลื่อนย้ายเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ รวมการถ่ายโอนโควตาโดยฟาร์มจะเก็บตัวเลขในใบเคลื่อนย้ายที่ไม่ได้ใช้เหล่านั้นไว้ เพื่อนำไปออกให้กับผู้ค้าที่ต้องส่งไข่ไปยังพื้นที่ห่างไกลที่จำเป็นต้องผ่านด่านตรวจ เพื่อให้ตัวเลขในภาพรวมดูสมบูรณ์ตามที่แจ้งไว้ ส่วน "ไข่เป็ด" กว่า 59% ฟาร์มไข่เป็ดไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถออกใบเคลื่อนย้ายได้เอง ส่งผลให้เกิดปัญหาผู้ค้าถูกจับกุมระหว่างขนส่ง







