
SME ไทยชง 5 วาระปฏิรูปโครงสร้าง ดัน ‘MSME Plus’ ปลดล็อกทุน-ตลาด-กฎระเบียบ
สมาพันธ์ SME ไทยส่งมอบ “สมุดปกน้ำเงิน” ถึง ‘เอกนิติ’ ชงปฏิรูปเชิงโครงสร้างผู้ประกอบการรายย่อย ดัน ‘MSME Plus’ ปลดล็อกทุน-ตลาด-กฎระเบียบ
KEY
POINTS
- สมาพันธ์ SME ไทยยื่นข้อเสนอ 5 วาระปฏิรูปโครงสร้างต่อรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาและส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย
- ข้อเสนอหลักมุ่งเน้นการปลดล็อกอุปสรรคด้านการเข้าถึงแหล่งทุน ตลาด เทคโนโลยี และการปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นธรรม
- ผลักดันให้รัฐบาลยกระดับนโยบาย "MSME Plus" ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สมาพันธ์ SME ไทย ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลผ่าน "สมุดปกน้ำเงิน" เพื่อผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างการสนับสนุนผู้ประกอบการ MSME พร้อมเสนอให้รัฐบาลยกระดับ "MSME Plus" เป็นวาระแห่งชาติ ให้กับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายในงาน THAI MSME FORUM 2026
เสนอ 5 วาระ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย กล่าวว่า ข้อเสนอใน "สมุดปกน้ำเงิน" เป็นผลจากการรับฟังความคิดเห็น การจัดเวทีหารือ และการสำรวจผู้ประกอบการในเครือข่ายทั่วประเทศตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอจากภาคปฏิบัติมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย
สาระสำคัญประกอบด้วย 5 ประเด็น ได้แก่
1. สร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการค้า ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และส่งเสริมการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
2. สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ด้วยกลไกทางการเงินที่เหมาะสม ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของผู้ประกอบการ
3. สร้างโอกาสผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเร่งการประยุกต์ใช้ AI เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
4. สร้างโอกาสด้วยกติกาที่เป็นธรรม ผ่านการปรับปรุกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนของภาครัฐ ให้สะดวกโปร่งใส และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ
5. สร้างโอกาสสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต ด้วยการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ชง "MSME Plus" เป็นวาระแห่งชาติ
สมาพันธ์ SME ไทย ยังเสนอให้รัฐบาลกำหนด "MSME Plus" เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้การส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยเป็นนโยบายที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและบูรณาการในทุกมิติ
ดร.ณพพงศ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการรายย่อยไม่ได้ต้องการเพียงมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น แต่ต้องการระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงตลาด แหล่งทุน เทคโนโลยี และแข่งขันได้ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม
"หากประเทศไทยสามารถปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถอยู่รอด เติบโต และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น" ดร.ณพพงศ์ กล่าว
สมาพันธ์ SME ไทย ระบุว่า การจัดทำสมุดปกน้ำเงินครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงข้อเสนอจากผู้ประกอบการทั่วประเทศเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐ โดยมองว่าการกำหนดนโยบายควรตั้งอยู่บนข้อมูลและประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการ
สำหรับงาน THAI MSME FORUM 2026 มีผู้ประกอบการ สมาชิกสมาพันธ์ เครือข่ายธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพันธมิตรเข้าร่วมกว่า 1,400 คน โดยภายในงานมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจฐานราก
ทั้งนี้ แม้ข้อเสนอทั้ง 5 ด้านจะสะท้อนปัญหาที่ผู้ประกอบการ MSME เผชิญมายาวนาน แต่ยังต้องติดตามว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปพิจารณาผลักดันเป็นนโยบายหรือมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากน้อยเพียงใด แม้ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการหลายด้าน ทั้งการเข้าถึงสินเชื่อ การค้ำประกันสินเชื่อ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการส่งเสริมตลาดออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังสะท้อนว่าปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งทุน กฎระเบียบ และการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของภาค MSME ซึ่งมีบทบาทเป็นฐานการจ้างงานและเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย







