
สนข. ขีดเส้น 1 เดือน ถกส่วนแบ่งรายได้เอกชน รับระบบตั๋วร่วม
สนข. เร่งเครื่องตั๋วร่วม ขีดเส้น 1 เดือนเคลียร์ส่วนแบ่งเอกชน ก่อนชง ครม. พ.ย. นี้ ลุ้นศึกษาค่าธรรมเรียมรถติด Congestion Charge แก้รถติดปี 74-75
KEY
POINTS
- สนข. กำหนดกรอบเวลา 1 เดือน เพื่อเจรจากับภาคเอกชนให้ได้ข้อสรุปเรื่องการจัดสรรส่วนแบ่งรายได้สำหรับระบบตั๋วร่วม
- ตั้งเป้าสรุปแผนงานทั้งหมดเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
- มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบตั๋วร่วมสามารถเริ่มใช้งานได้จริงทุกสายภายในวันที่
นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการระบบตั๋วร่วม (Common Ticketing) และการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม ตามนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับระบบขนส่งมวลชนและการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมต้องการให้ระบบตั๋วร่วมเกิดผลในทางปฏิบัติและเริ่มใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 ทุกสีทุกสาย
ถกเอกชนเคลียร์ส่วนแบ่งรายได้
ทั้งนี้ในปัจจุบัน สนข.เร่งดำเนินการหารือและเจรจาร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปรายละเอียดในประเด็นการจัดสรรส่วนแบ่งรายได้ให้มีความเป็นธรรมและลงตัวที่สุด โดยได้วางกรอบระยะเวลาสำหรับการเจรจาในประเด็นนี้ให้จบภายใน 1 เดือน เพื่อให้สามารถสรุปข้อมูลและแผนการดำเนินงานทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบได้ทันภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งนโยบายดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญในการอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนอย่างยั่งยืน
ลุ้นเดินหน้าค่าธรรมเนียมรถติดเข้าเมือง
นายจิรโรจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการบริหารจัดการจราจรผ่านมาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าใช้พื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือ Congestion Charge มาตรการดังกล่าวยังคงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาเพื่อลดปัญหาการติดขัดของภาคการขนส่งในระยะยาว
อย่างไรก็ตามการดำเนินการในส่วนนี้ยังต้องรอความชัดเจนในเชิงนโยบายจากทางรัฐบาลเพื่อกำหนดทิศทางที่แน่นอนอีกครั้ง ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้นั้นคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการต่อเนื่องได้ในช่วงปี 2574 ถึงปี 2575
ตั้งเป้า 30% ดันระบบขนส่งสาธารณะ-ยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2573
อย่างไรก็ดีการดำเนินงานดังกล่าวจะสอดรับกับเป้าหมายใหญ่ของ สนข. ที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนจากรถยนต์ส่วนบุคคลไปสู่ระบบขนส่งสาธารณะและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน 30% ภายในปี 2573
นอกจากนี้ สนข. ยังคงเดินหน้าวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศและแดชบอร์ดเพื่อติดตามสถานการณ์ค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพการขนส่งในภาพรวม เพื่อนำมาปรับใช้ในการวางแผนการจราจรและเสนอต่อผู้บริหารกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต






