
ผ่าโมเดลลอนดอน “เก็บค่าธรรมเนียมรถติด” อุ้มค่าตั๋วรถไฟฟ้า
สนข. สแกนโมเดลลอนดอน เก็บค่าธรรมเนียมรถติดในเมือง ยึดแบ่งโซนค่ารถไฟฟ้า 3 วงแหวน เล็งใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV สแกนทะเบียน ดึงรายได้ตั้งกองทุนอุดหนุนตั๋วร่วมถูกลง
KEY
POINTS
- สนข. กำลังศึกษาการนำโมเดลเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์เข้าพื้นที่ใจกลางเมือง (Congestion Charge) แบบกรุงลอนดอนมาปรับใช้ในกรุงเทพฯ
- รายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกนำไปใช้อุดหนุนค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า เพื่อให้มีราคาถูกลง
- นโยบายนี้จะใช้มาตรการควบคู่กัน คือการเก็บเงินผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว และการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ดีและถูกลง เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน
- ความสำเร็จของโครงการขึ้นอยู่กับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการผลักดันระบบตั๋วร่วมให้สมบูรณ์ก่อนบังคับใช้จริง
นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าการศึกษาโครงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion Charge) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า สนข. ได้หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษเพื่อนำโมเดลความสำเร็จมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย ปัจจุบันสนข. ได้ดำเนินการศึกษาในเชิงแนวคิดเสร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและส่งมอบได้ไม่เกินปลายปีนี้
เมื่อได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์แล้ว สนข. จะนำผลการศึกษาเสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) รับทราบ อย่างไรก็ดีหาก คจร. มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขยายผลต่อ สนข. จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบผลการพิจารณาต่อไป
ที่ผ่านมาการศึกษาโครงการนี้ในช่วงแรกได้รับการสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบเงินให้เปล่าจากรัฐบาลอังกฤษเพื่อพิสูจน์แนวคิดว่าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติดนั้นสามารถดำเนินการได้จริงในไทย
ขณะที่รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น จำนวนจุดติดตั้งกล้องที่แน่นอน การจัดตั้งศูนย์มอนิเตอร์กลาง และงบประมาณในการดำเนินการทั้งหมด ยังเป็นขั้นตอนที่จะต้องมีการศึกษาต่อในระยะถัดไป โดยศึกษาในแนวคิดที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าควรจะกำหนดพื้นที่ในโซนใดบ้างที่จะมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงได้มีการเลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้คือระบบกล้อง CCTV สำหรับตรวจจับป้ายทะเบียนรถ
ส่วนสาเหตุที่ไทยจึงเลือกใช้โมเดลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของประเทศอังกฤษ นายจิรโรจน์ กล่าวต่อว่า จากการศึกษาโมเดลการจัดเก็บใน 4 ประเทศ เช่น การจัดเก็บรายถนน (Road-based) ในประเทศสิงคโปร์ และรูปแบบการจัดเก็บตามโซนพื้นที่ (Area-based) ในประเทศอังกฤษ สวีเดน และอิตาลี พบว่าบริบทการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติดที่เหมาะสมกับกรุงเทพฯมากที่สุดคือการจัดเก็บเป็นโซนพื้นที่เหมือนกับโมเดลในประเทศอังกฤษ
อย่างไรก็ดีจากผลการศึกษาการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติดในครั้งนี้ มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน คือ ระบบขนส่งสาธารณะ
ทั้งนี้จากการประเมินพบว่าในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในมีความพร้อมทั้งในส่วนของรถไฟฟ้าและรถเมล์แล้ว แต่หัวใจสำคัญคือ ค่าเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะต้องถูกลง ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารร่วมที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคล
ทั้งนี้จากการพิจารณาโมเดลลอนดอน มีแนวทางสำคัญที่สอดรับกับแผนของไทย โดยการทำ 2 มาตรการควบคู่กัน คือ ไม้แข็ง เก็บเงินผู้ใช้รถส่วนตัว และไม้อ่อน ทำให้ขนส่งสาธารณะถูกลงและดีขึ้น ซึ่งตรงกับแนวทางที่กรมขนส่งทางรางวางไว้ ขณะที่การมีกฎหมายบังคับให้รายได้กลับเข้าระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมด เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประชาชนลอนดอนยอมรับ แม้จะต่อต้านในช่วงแรก
นอกจากนี้ระบบตั๋วและเทคโนโลยีต้องพร้อม ลอนดอนใช้บัตรใบเดียว/คอนแทคเลสข้ามทุกระบบพร้อมเพดานราคาอัตโนมัติ ขณะที่ไทยยังต้องเร่งผลักดันระบบตั๋วร่วมให้สมบูรณ์ก่อนโซนนิ่งจะได้ผลจริง ตลอดจนการรับฟังความเห็นและทดลองก่อนบังคับใช้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กรมขนส่งทางรางกำลังดำเนินการอยู่ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ภายในเดือนธันวาคม 2569 ปิดผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์เดือนมกราคม 2570 ก่อนเสนอ คจร. และผลักดันเข้าสู่ ครม. ภายในปี 2570
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,223 วันที่ 2 - 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569






