thansettakij
thansettakij
"ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีจ่ายสูงสุดไม่เกิน 45 บาท" ดีเดย์ 1 ม.ค.70

"ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีจ่ายสูงสุดไม่เกิน 45 บาท" ดีเดย์ 1 ม.ค.70

18 ก.ย. 69 | 06:58 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ย. 69 | 07:09 น.

ข่าวดีคนกรุง กทม.-คมนาคม เตรียมเดินหน้า"ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี จ่ายสูงสุดไม่เกิน 45 บาท เช็กเงื่อนไขการใช้บริการที่นี่

คนกรุงเตรียมเฮ หลังกทม.ได้ประชุมร่วมกับคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันและขับเคลื่อน “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี”ไม่ว่าจะนั่งรถไฟฟ้าสายไหน สีไหน ก็ไม่เสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน และจ่ายสูงสุดแค่ 45 บาท โดยการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และจะเริ่มดีเดย์ใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป 

ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี 45 บาท เริ่มเมื่อไร

  • วันที่ 1 มกราคม 2570

เงื่อนไขการใช้บริการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี 45 บาท รองรับสายไหน บัตรอะไร

  • ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล (รวมสายสีเขียวและสายสีทอง)
  • รองรับบัตร EMV Contactless (บัตรเครดิต, บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม)

การใช้บริการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี 45 บาทจ่ายยังไง

  • ระบบจะตัดเงินตามจริง หากเกิน 45 บาท ภาครัฐ คืนเงินส่วนต่างให้ภายใน 3 วันทำการ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือบัญชีบัตรที่ใช้

เงื่อนไขอื่นๆสำหรับการใช้บริการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี 45 บาท

  • กลุ่มเปราะบาง: ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ ยังคงได้รับส่วนลดพิเศษเดิม หรือเลือกใช้สิทธิ 45 บาทตามที่คุ้มที่สุด

บทสรุปผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569

สำหรับนโยบาย“ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี”ทางกรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมร่วมกับกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม และนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมเพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการข้อมูล อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการพื้นที่ และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดใช้อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ดีเดย์วันที่ 1 ม.ค. 70

สำหรับการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยสาระสำคัญของมาตรการกำหนดอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมมีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาการเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบและอุปกรณ์ รวมถึงเงื่อนไขทางธุรกิจ โดยกำหนดให้ EMV Contactless เป็นสื่อหลักในการเดินทาง ครอบคลุมบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม พร้อมเร่งติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ในระบบรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้มาตรการอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการในวันที่ 1 ม.ค. 70

ขณะที่การคิดค่าโดยสาร เบื้องต้นจะเรียกเก็บตามมูลค่าการเดินทางจริง และหากค่าโดยสารเกินอัตราสูงสุด 45 บาท ภาครัฐจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือบัญชีบัตรที่ใช้ในการเดินทาง ภายใน 3 วันทำการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบและอุปกรณ์ จัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณค่าโดยสารและการคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร การรับเรื่องร้องเรียน และการทดสอบระบบร่วมกันก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้การดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในการโอนย้ายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ทั้งส่วนหลักและส่วนต่อขยาย) รวมถึงสายสีทอง ทั้งในมิติทรัพย์สิน รายได้ และภาระหนี้สิน เพื่อรวมการบริหารไว้ที่ รฟม. เพียงรายเดียวตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่ติดตั้งเครื่องอ่านบัตรชั่วคราว (Temporary Reader/EDC) บนสายสีเขียวและสายสีทอง และร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือน ธ.ค. 69

สำหรับประโยชน์ที่ประชาชนผู้ถือสัญชาติไทยจะได้รับ นอกจากจะช่วยลดค่าครองชีพและประหยัดค่าเดินทางอย่างเห็นได้ชัดด้วยอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการรองรับระบบชำระเงินผ่านบัตร EMV Contactless (บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม) โดยระบบจะคำนวณและคืนเงินส่วนต่าง (Refund) เข้าบัญชีบัตรภายใน 3 วันทำการ ขณะเดียวกัน สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ยังคงได้รับสิทธิลดหย่อนราคาพิเศษเดิม หรือเลือกใช้สิทธิมาตรการ 45 บาทตามตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดได้