thansettakij
thansettakij
ผ่าทางตัน “ไฮสปีดไทย-จีน” รฟท. ดึงงาน 2 หมื่นล้าน สร้างเอง รื้อประมูลสถานีอยุธยา

ผ่าทางตัน “ไฮสปีดไทย-จีน” รฟท. ดึงงาน 2 หมื่นล้าน สร้างเอง รื้อประมูลสถานีอยุธยา

14 ส.ค. 69 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 07:42 น.

บอร์ด รฟท. ขยายเวลาสัญญาช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ออกไปอีก 655 วัน หลังติดส่งมอบพื้นที่ พร้อมเตรียมชง ครม. ดึงงานโครงสร้างร่วมบางซื่อ-ดอนเมือง มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านกลับมาประมูลสร้างเอง ขณะที่สถานีอยุธยาเตรียมรื้อแบบใหม่หลังเอกชนไม่ยืนราคา ลุยขุดสำรวจโบราณคดี คาดเปิดประมูลใหม่ปีนี้ มั่นใจเปิดวิ่งทันปี 2574

KEY

POINTS

  • รฟท. เตรียมดึงงานโยธาสัญญา 4-1 (ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง) มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท กลับมาดำเนินการเอง เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในพื้นที่ทับซ้อนกับรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน
  • เตรียมเปิดประมูลสัญญา 4-5 (สถานีอยุธยา) ใหม่ภายในปีนี้ หลังผู้รับจ้างเดิมไม่ยืนราคาและต้องมีการออกแบบรายละเอียดใหม่ให้สอดคล้องกับพื้นที่มรดกโลก
  • บอร์ด รฟท. มีมติขยายเวลาก่อสร้างสัญญา 3-3 (ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง) ออกไปอีก 655 วัน เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ป่าไม้ล่าช้า

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินงานสัญญา 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ในโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน เฟส 1 ออกไปอีก 655 วัน หรือเกือบ 2 ปี จากกำหนดเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 3 กันยายน 2569 ไปเป็นวันที่ 19 มิถุนายน 2571 เนื่องจากในปัจจุบันติดปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ป่าไม้และการปรับแนวทางรถไฟเดิมของโครงการรถไฟทางคู่ ส่งผลให้งานก่อสร้างในสัญญานี้ คืบหน้าแล้วประมาณ 60% 

ส่วนสัญญา 3-2 ช่วงอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคองและสัญญา 3-4 ช่วง ลำตะคอง–สีคิ้ว และกุดจิก–โคกกรวด โดยรฟท. ได้ขอถอนวาระจากที่ประชุม รฟท.ออกไปก่อนเพื่อทบทวนรายละเอียดกรอบงบประมาณที่เพิ่มขึ้นจากงานที่มากกว่าในสัญญาเดิม 

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ด้านความคืบหน้าสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งเป็นช่วงพื้นที่ทับซ้อนโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เบื้องต้นรฟท.ได้รายงานต่อคณะกรรมการบริหารโครงการรถไฟ (คบร.) รับทราบแนวทางการเตรียมนำงานส่วนนี้กลับมาดำเนินการก่อสร้างงานโยธาเองเพื่อเร่งรัดงานให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมแล้ว ซึ่งภาคเอกชนไม่ได้ขัดข้อง

 

ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติขอปรับแหล่งวงเงินเพิ่มเติม เนื่องจากมติ ครม. เดิมที่มีอยู่ 2 มติ คือ มติเห็นชอบโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และมติเห็นชอบโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดย รฟท.จะขอตั้งงบประมาณเพิ่มในส่วนของสัญญา 4-1 เพื่อให้งานก่อสร้างดำเนินต่อไปได้ ในขณะเดียวกันจะขอปรับลดงบประมาณในส่วนของโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินลงด้วย  

สำหรับตัวเลขงบประมาณนั้น หากเป็นเพียงโครงสร้างทางวิ่งจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท แต่เมื่อรวมงานฐานรากและสถานี คาดว่าจะมีมูลค่ารวมเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งในด้านเทคนิคจะใช้วิธีการจ้างออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Design and Build) โดยประมวลจากแบบเบื้องต้นและราคาที่มีอยู่แล้วเพื่อความรวดเร็ว โดย รฟท. ตั้งเป้าหมายว่าจะเสนอ ครม. ให้ได้ภายในปีนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงหลักการและเริ่มขั้นตอนการประมูล รวมถึงเริ่มงานก่อสร้างภายในปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี 

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนของสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างสถานีอยุธยาที่เป็นมรดกโลก ขณะนี้รฟท.อยู่ในขั้นตอนการจ้างสำรวจตำแหน่งสถานีและขุดสำรวจทางโบราณคดีเพื่อดูว่ามีโบราณวัตถุในพื้นที่หรือไม่
 

ที่ผ่านมารฟท. ได้อนุมัติการสำรวจในพื้นที่อยุธยาแล้ว โดยกระบวนการสำรวจและการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี โดยแบบที่พัฒนาขึ้นจะต้องส่งให้กรมศิลปากรตรวจสอบด้วย  ทั้งนี้อำนาจในการอนุมัติงบประมาณสำหรับการสำรวจเป็นอำนาจของผู้ว่ารฟท. ซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

ส่วนการประมูลในสัญญา 4-5 พบว่าผู้รับจ้างรายเดิมไม่ได้ยืนราคาต่อแล้ว ประกอบกับแบบใหม่ที่มีลักษณะเตี้ยลงและเล็กกว่าเดิม ทำให้วงเงินงบประมาณอาจสูงกว่าแบบเดิมมาก คาดว่าสัญญา 4-5 จะเริ่มเปิดประมูลได้ภายในปีนี้ ก่อนเริ่มงานก่อสร้างภายในปี 2571 และใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปีแล้วเสร็จภายในปี 2573 

ด้านงานสัญญา 2.3 งานระบบและงานติดตั้งอาณัติสัญญาณ ขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งหนังสือเริ่มงาน (NTP) สำหรับงานออกแบบรายละเอียดแล้ว ส่วนการแจ้งหนังสือเริ่มงาน (NTP) เพื่อดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งระบบฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาขยายระยะเวลา เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ ส่งผลให้งานโยธาล่าช้า

อย่างไรก็ตาม รฟท. ยังคงเป้าหมายให้การก่อสร้างงานโยธาของโครงการไฮสปีดไทย-จีน เฟส 1 เสร็จภายในปี 2573 เพื่อทดลองเดินรถและเปิดให้บริการได้ในปี 2574