
คมนาคม ปั้น 6 โปรเจ็กต์ 6.22 แสนล้าน เชื่อมโครงข่ายสู่“ลาว-เวียดนาม-จีน”
กระทรวงคมนาคมเดินหน้าลงทุน 6 โครงการวงเงินรวม 622,872 ล้านบาท เชื่อมโครงข่ายการเดินทางและการขนส่งจากไทยไปยัง สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ขณะที่ภาคการบินเดินหน้าขยายการเชื่อมโยงจากอุดรธานีสู่เครือข่ายการบินระหว่างประเทศ เพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมผลักดัน 6 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 6.22 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคม
- มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว เวียดนาม และจีน
- โครงการสำคัญประกอบด้วยรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน, รถไฟทางคู่, ศูนย์ขนส่งสินค้าชายแดน และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมมีโครงการลงทุน ซึ่งเป็นโครงข่ายที่เชื่อมการเดินทางและการขนส่งไปยัง สปป.ลาว เวียดนาม และจีน จำนวน 6 โครงการ วงเงินรวม 622,872 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กรุงเทพฯ-นครราชสีมา โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร วงเงิน 179,412 ล้านบาท โดยงานโยธาทั้งหมด 14 สัญญา มีภาพรวมการก่อสร้างมีความก้าวหน้า 55.27% ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา ส่วนอีก 2 สัญญา ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้าง ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องเร่งปรับแผนงานโยธา เพื่อให้ทันต่อการเปิดทดลองให้บริการเดินรถภายในปี 2574
2. ไฮสปีดไทย-จีน ระยะ 2 นครราชสีมา-หนองคาย โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 341,351 ล้านบาท คาดว่าจะประกาศประกวดราคางานโยธาจำนวน 8 สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าหมายเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2574
3. รถไฟทางคู่ขอนแก่น-หนองคายโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น–หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงิน 28,679 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีความคืบหน้า 9.6% โดยมีเป้าหมายก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2571
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่มีความสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ประกอบด้วย ไทย เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และจีน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
4. รถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่ - มุกดาหาร - นครพนม ระยะทาง 354 กิโลเมตร วงเงิน 66,848 ล้านบาท ซึ่งเป็นเส้นทางสายใหม่เชื่อมเศรษฐกิจการค้าการลงทุน 6 จังหวัดภาคอีสาน ตั้งแต่ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างแบ่งเป็น 2 สัญญา (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2569) การก่อสร้างสัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ผลงาน 58.53% ล่าช้า 36.42% คาดแล้วเสร็จปี 2572 และสัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ผลงาน 12.53% ล่าช้า 12.30% คาดแล้วเสร็จปี 2571
5. ศูนย์การขนส่งสินค้าชายแดนนครพนม โครงการศูนย์การขนส่งสินค้าชายแดน จ.นครพนม วงเงิน 1,361 ล้านบาท ที่ผ่านมาเมื่อปี 2566 กรมการขนส่งทางบกได้ลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท เอสเอซีแอล จำกัด (ผู้ร่วมลงทุน) โดยผู้ร่วมลงทุนได้ดำเนินการก่อสร้างและลงทุนในเครื่องมือและระบบแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินกิจการทางพาณิชย์ได้ในเดือนนี้
อย่างไรก็ดีโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางถนนเชื่อมต่อ สปป.ลาว - เวียดนาม - จีนตอนใต้ (หนานหนิง) ซึ่งที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้บูรณาการเชื่อมโยงโครงข่ายร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งระหว่างทางบกกับทางรางอย่างไร้รอยต่อ (Modal Shift) ผ่านแนวโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่ - มุกดาหาร - นครพนม รวมถึงได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมศุลกากร เพื่อผลักดันให้ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
6. สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 อุบลราชธานี-สาละวัน โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี-สาละวัน) ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร วงเงิน 5,221 ล้านบาท ขณะนี้ กรมทางหลวง (ทล.) ได้มีการปรับแบบการดำเนินโครงการในฝั่ง สปป.ลาว โดยปรับรูปแบบถนนจากเส้นทางของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 เชื่อมต่อไปยังทางหลวงหมายเลข R13 จากเดิมมีการออกแบบเป็นขนาด 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ให้เป็นขนาด 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ)
ที่ผ่านมา สปป.ลาว อยู่ระหว่างสรุปกรอบวงเงินงบประมาณ โดยจะเจรจาขอกู้เงินจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. (เนด้า) จากนั้นจะเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณภายในรายจ่ายประจำปี 2571 จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนดำเนินการประกวดราคาหาผู้รับจ้างและลงนามในสัญญาทันที ซึ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2572 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2574
เมื่อโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 แล้วเสร็จ จะเชื่อมโยงระหว่าง จ.อุบลราชธานี กับแขวงสาละวัน สปป.ลาว ช่วยยกระดับการคมนาคมขนส่งให้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย สนับสนุนการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยไปเมืองละครเพ็ง แขวงสาละวัน สปป.ลาว ส่งเสริมการขนส่งสินค้าระหว่าง 2 ประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนการขนส่ง รวมถึงเชื่อมโยงการขนส่งไปท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม และประเทศจีน
ไทยเวียตเจ็ทเปิดเส้นทาง อุดรธานี-สุวรรณภูมิ-โตเกียว
นอกจากโครงข่ายคมนาคมทางรางและทางถนนแล้ว ด้านการบิน สายการบิน “ไทยเวียตเจ็ท” หรือ “เวียตเจ็ทไทยแลนด์” มีแผนจะเปิดน่านฟ้าสนามบินอุดรธานี เชื่อมต่อการเดินทางระดับนานาชาติ ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี โดยสายการบินเตรียมจะเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางบินเชื่อมต่อระหว่างประเทศของสายการบินไทยเวียตเจ็ท โดยจะเริ่มให้บริการเส้นทางแรก คือ อุดรธานี - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - โตเกียว (นาริตะ) เป็นก้าวสำคัญเชื่อมโยงภูมิภาคกับเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ เพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้โดยสารสู่จุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย และเสริมสร้างโอกาสใหม่ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
เพิ่มเที่ยวบินอุดรธานี-กรุงเทพฯ ดัน Sky ConX เชื่อมต่างประเทศ
นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า เวียตเจ็ทไทยแลนด์พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในการเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคในระยะแรก สายการบินฯ ได้ดำเนินการเพิ่มความถี่เที่ยวบินระหว่างอุดรธานีและกรุงเทพฯ เป็นสูงสุด 5 เที่ยวบินต่อวันภายในปีนี้ ส่วนในระยะที่สอง ได้เปิดตัวโครงการ เปิดฟ้าอุดรฯ เชื่อมต่อการเดินทางระดับนานาชาติ ด้วยบริการ Sky ConX เพื่อขยายการเชื่อมต่อจากอุดรธานีไปสู่เครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์
สำหรับบริการเชื่อมต่อเที่ยวบิน Sky ConX อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเช็กอินเพียงครั้งเดียว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี พร้อมรับสิทธิ์โหลดสัมภาระตรงสู่จุดหมายปลายทาง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ณ สนามบินต้นทาง ช่วยให้การต่อเที่ยวบินเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
นอกจากนี้แผนการดำเนินงานระยะถัดไป เวียตเจ็ทไทยแลนด์กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศจากท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีสู่จุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ ในเส้นทางอุดรธานี-โฮจิมินห์ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ






