
"คมนาคม" ปลุกบิ๊กโปรเจ็กต์ภาคใต้ ดัน 14 โครงการ 3.6 แสนล้าน
คมนาคม ทุ่ม 3.6 แสนล้าน ทะลวง 14 บิ๊กโปรเจกต์ภาคใต้ ปลุกเศรษฐกิจครอบคลุม 4 มิติ แก้รถติดภาคขนส่ง ชูโครงการเรือธง ดันถนนวงแหวนหาดใหญ่-รถไฟทางคู่เชื่อมท่าเรือระนอง-โมโนเรลหาดใหญ่-ทางด่วนสมุย
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดัน 14 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ในภาคใต้ มูลค่ารวมกว่า 3.6 แสนล้านบาท
- แผนการลงทุนครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครบทุกมิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ
- โครงการสำคัญประกอบด้วย รถไฟทางคู่สายใต้, ทางด่วนในภูเก็ตและเกาะสมุย, รถไฟฟ้าโมโนเรลสงขลา และการพัฒนาสนามบินภูเก็ต
ปัจจุบันรัฐบาลยังคงเร่งผลักดันการลงทุนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเชิงรุก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคและยกระดับความมั่นคงด้านโลจิสติกส์ โดยเน้นการกระจายความเจริญ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน กระตุ้นการท่องเที่ยว รวมทั้งดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ
แม้จะมีการปรับทบทวนบางโครงการใหญ่เพื่อให้สอดคล้องกับความคุ้มค่าและเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ก็ตาม กระทรวงคมนาคมกางแผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมทั้งทางบก ทางราง ทางนํ้า และ ทางอากาศ พร้อมเร่งรัดขับเคลื่อนบิ๊กโปรเจกต์สำคัญ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมภาคใต้ให้ไร้รอยต่อและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ผ่านการเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมระหว่างภูมิภาค East Asia, ASEAN และ South Asia อย่างเป็นรูปธรรม
ดันแผนสร้างถนน-ทางด่วน แก้รถติดในเมือง
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมมีแผนเดินหน้าโครงการ ลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ที่ครอบคลุมทั้งระบบขนส่งทางถนน ขนส่งทางราง ระบบขนส่งทางนํ้า และขนส่งอากาศ รวม 14 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 362,555 ล้านบาท ประกอบด้วย
โครงการแรกที่อยู่บนความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.) คือ โครงการถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ช่วง ทล.4-ทล.43 วงเงิน 5,711 ล้านบาท ปัจจุบันกรมฯอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติดำเนินโครงการ ภายในปีนี้ ก่อนเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างภายในปี 2571 คาดว่าเปิดให้บริการภายในปี 2574
ต่อมาอีก 2 โครงการ ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประกอบด้วย สะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง- ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ วงเงิน 1,800 ล้านบาท และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จ. สงขลา และ จ. พัทลุง วงเงิน 4,700 ล้านบาท
ขณะนี้ทั้ง 2 โครงการ ครม. มีมติอนุมัติให้ลงนามในสัญญาเงินกู้แล้ว ซึ่งทช. อยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมลงนามสัญญาก่อสร้าง ตามแผนจะเปิดให้บริการพร้อมกันภายในปี 2572
ด้านการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีโครงการทางด่วนสายใต้ที่เป็นเรือธง จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย ทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ - ป่าตอง วงเงิน 16,786 ล้านบาท ขณะนี้กทพ. อยู่ระหว่างเสนอ ครม. ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ คาดว่าจะอนุมัติโครงการฯ และเปิดประมูลได้ภายในปี 2570 ตามแผนเปิดให้บริการภายในปี 2574
ขณะที่ความคืบหน้าโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ วงเงิน 46,812 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างทบทวนกรอบวงเงินลงทุน และเตรียมเสนอครม.ขออนุมัติก่อสร้างโครงการ ระยะที่ 2 และงาน O&M ทั้ง 2 ระยะ ตามขั้นตอนการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ภายในปี 2570 และเปิดประมูลภายในปี 2571 คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2574
นอกจากนี้ยังมีโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย วงเงิน 74,044 ล้านบาท ที่ผ่านมากทพ.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) แล้ว ตามแผน กทพ.จะเปิดรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการ ในระหว่างนี้จะดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี 2572 และเปิดให้บริการปลายปี 2576
ปลุกโมโนเรลสงขลา-แทรมภูเก็ต
ขณะที่โครงการลงทุนระบบราง ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลในจังหวัดสงขลา ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร วงเงิน 17,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาจราจรและเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญอยู่ที่สถานีคลองหวะซึ่งจะเป็นทั้งศูนย์ซ่อมบำรุงและจุดเปลี่ยนถ่ายการขนส่งหลัก
อย่างไรก็ดีโครงการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะกรรมการการ รฟม.แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทและมติของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่มองว่าโครงการโมโนเรลสงขลา มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการจัดการจราจรในระยะยาว หลังจากนี้กระทรวงคมนาคมและ รฟม. จะต้องเร่งดำเนินการในขั้นตอนของการสำรวจพื้นที่และจัดทำรายละเอียดการประมูล เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามไทม์ไลน์ และเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป
ทั้งนี้ รฟม.ยังมีโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ตช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง วงเงิน 35,300 ล้านบาท ตามแผนคาดว่าจะเสนอโครงการฯต่อครม. พิจารณาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2571 ก่อนเริ่มก่อสร้างภายในเดือนกันยายน 2572 พร้อมเปิดให้บริการภายในเดือนธันวาคม 2575
บูมรถไฟทางคู่สายใต้
รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ปัจจุบันรฟท.มีแผนผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ 4 เส้นทาง วงเงินรวม 131,751 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการรถไฟสายใหม่ สถานีชุมพร-ท่าเรือระนอง ระยะทาง 110 กม. วงเงินลงทุน 27,287 ล้านบาท ที่ผ่านมารฟท.มีการศึกษาออกแบบรายละเอียด (Detail Design) เส้นทางดังกล่าวแล้ว ในระหว่างที่รอเตรียมเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ตามขั้นตอนรฟท.จะต้องผลักดันโครงการฯเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟฯ (บอร์ด) พิจารณาก่อนส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณาตามลำดับ
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวหากได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐจะหารือร่วมกับรฟท.เพื่อผลักดันโครงการฯภายในปีนี้ โดยประเมินว่าอีไอเอจะผ่านความเห็นชอบจาก กก.วล. ก่อนเปิดประมูลก่อสร้างได้ภายในปี 2570 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี
อย่างไรก็ตามระยะเวลาดังกล่าวเป็นการประเมินเบื้องต้น เนื่องจากยังมีขั้นตอนการเวนคืนที่ดินและกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน
ทั้งนี้ยังมีโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ที่รฟท.เร่งผลักดัน จำนวน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท
ขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างเร่งรัดเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติโครงการภายในเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี้ คาดว่าจะเตรียมจัดทำร่างเอกสารการประกาศประกวดราคา ประมาณ 3-4 เดือน ก่อนเปิดประมูลทั้ง 3 เส้นทาง พร้อมกันภายในต้นปี 2570 เนื่องจากเป็นแนวเส้นทางที่มีความจำเป็นเรื่องระบบอาณัติสัญญาณและเทคนิคต่าง ๆ ที่ต้องมีความสอดคล้องกันตลอดทั้งเส้นทาง
ส่วนการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2570 ซึ่งระยะเวลาการก่อสร้างแต่ละเส้นทางจะไม่เท่ากัน โดยเส้นทางช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ จะใช้เวลาก่อสร้างนานที่สุดประมาณ 72 เดือน ซึ่งมีงานก่อสร้างอุโมงค์รวมอยู่ด้วย
ขณะที่ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี จะใช้เวลาประมาณ 60 เดือน และช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ จะใช้เวลาก่อสร้างสั้นที่สุด ประมาณ 48 เดือน เนื่องจากระยะทางสั้นกว่าเส้นทางอื่น ก่อนทยอยเปิดให้บริการตามลำดับต่อไป
ลุยสร้างท่าเรือสำราญ-สนามบินภูเก็ต เฟส 2
ด้านการพัฒนาโครงการลงทุนด้านขนส่งทางนํ้า พบว่า กรมเจ้าท่า (จท.) ยังคงเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วงเงิน 12,171 ล้านบาท ปัจจุบันกรมฯอยู่ระหว่างเสนอกระทรวงคมนาคมเห็นชอบหลักการโครงการฯ ก่อนเสนอ ครม.ภายในปี 2570
จากนั้นจะเปิดประมูลภายในปี 2571 และเปิดให้บริการภายในปี 2574 ในส่วนของดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ (ที่ ภ.บ.ท. 5) จะดำเนินการในลักษณะคู่ขนานกับการขอความเห็นชอบหลักการโครงการ โดยอยู่ระหว่างเตรียมเสนอเรื่องต่อไป
ปิดท้ายที่โครงการลงทุนด้านขนส่งทางอากาศของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ที่ยังคงผลักดันโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 16,480 ล้านบาท ที่จะช่วยอเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารให้กับท่าอากาศยานภูเก็ต สามารถรองรับได้ถึง 18 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ โดยดำเนินการคู่ขนานไปกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าเสนอครม.เห็นชอบภายในเดือนพฤษภาคม 2570 และก่อสร้างภายในเดือนตุลาคม 2570 ก่อนเปิดให้บริการภายในปี 2575
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 46 ฉบับที่ 4,225 วันที่ 9 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569







