thansettakij
thansettakij
พับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ รัฐบาลกาง 3 เหตุไม่คุ้มค่า หัดฝุ่นท่าเรือ-Missing Link

พับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ รัฐบาลกาง 3 เหตุไม่คุ้มค่า ปัดฝุ่นท่าเรือ-Missing Link

24 ก.ค. 69 | 10:31 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 69 | 10:36 น.

รัฐบาลประกาศยุติโครงการ "แลนด์บริดจ์" อย่างเป็นทางการ เอกนิติ ชี้ผลตอบแทนธุรกิจต่ำ เสี่ยงหนี้ท่วมกระทบภาระงบประมาณ สิ่งแวดล้อมเจอผลกระทบหนัก ไม่มีความคุ้มค่าหากลงทุนพัฒนาตอนนี้ ดันท่าเรือระนอง ทางรถไฟ Missing Link แทน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลมีมติให้ยุติโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากผลการศึกษาชี้ว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน โดยมีผลตอบแทนต่ำและมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ติดลบกว่า 1 หมื่นล้านบาท
  • โครงการมีความเสี่ยงสูงที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เปราะบาง เช่น ป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แหล่งปะการัง และอาจกระทบต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลก
  • รัฐบาลจะหันไปพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิมแทน ได้แก่ การปรับปรุงท่าเรือระนอง และการเชื่อมต่อทางรถไฟ (Missing Link) เพื่อเชื่อมท่าเรือเข้ากับโครงข่ายหลัก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมด้วยประธานคณะทำงานทั้ง 3 ชุด ได้แก่ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงผลสรุปการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่า ขอยุติการลงทุนในโครงการไปก่อน เพราะยังไม่คุ้มค่า และกระทบต่อภาระงบประมาณ

รัฐชี้แลนด์บริดจ์เสี่ยงลงทุน ผลตอบแทนต่ำ ภาระงบประมาณสูง

นายเอกนิติ กล่าว่า คณะกรรมการสามารถสรุปผลการศึกษาได้ก่อนครบกำหนด 90 วันตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยผลการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความน่าจะเป็นในการดำเนินโครงการในระดับต่ำเนื่องจากเสี่ยงต่อภาระงบประมาณและมีความเสี่ยงรอบด้าน คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรให้รวบรวมรายงานเสนอต่อรายนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบการยุติโครงการในรูปแบบเดิม พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีความเสียหายจากการลงทุนที่ดินหรือการก่อสร้างเนื่องจากยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

“โครงการนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่า การลงทุนขนาดใหญ่ต้องเริ่มจากการพิจารณา ยุทธศาสตร์ของประเทศ และมิติสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนก่อนที่หน่วยงานใดจะเริ่มศึกษาโครงการแยกย่อย” นายเอกนิติ กล่าว

เปิด 3 ปัจจัยฉุดความคุ้มค่า NPV ติดลบ-สินค้าลด-สิ่งแวดล้อมเสี่ยง

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. ในฐานะประธานคณะทำงานชุดที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดความเสี่ยงทางการเงินว่า จากการปรับปรุงผลการศึกษาตามสภาวะเศรษฐกิจโลกปี 2568 พบว่าจากการศึกษาผลตอบแทนทางการเงิน (Rate of Return) ลดลงจาก 8% เหลือเพียง 4.8% โดยเมื่อคิดมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ติดลบ จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกกว่า 6 แสนล้านบาท กลับกลายเป็น ติดลบถึง 10,287 ล้านบาท

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาปริมาณสินค้าไม่คุ้มค่า เนื่องจากปริมาณตู้สินค้าลดลง 15-16% ส่งผลให้ผลตอบแทนลดลงถึง 38% นอกจากนี้ สายการเดินเรือหลัก 9 ใน 10 รายของโลกได้ไปลงทุนในโครงการอื่นที่คล้ายคลึงกันแล้ว เหลือเพียงรายเดียวที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อย

ส่วนความเสี่ยงด้านปฏิบัติการพบว่าขั้นตอนการขนถ่ายสินค้า (เรือ-รถ-รถไฟ) มีหลายข้อต่อและคำนวณเวลาไว้เพียง 3 วันเศษโดยไม่ได้รวมความเสี่ยงหน้างาน ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก

ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประธานคณะทำงานชุดที่ 2 ระบุถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม 9 ประเด็นหลัก เช่น เป็นพื้นที่เปราะบางที่ต้องใช้เส้นทางพาดผ่านพื้นที่ป่าไม้และภูเขาสูงจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า

เช่นเดียวกับพื้นที่จังหวัดระนองเป็นป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลและพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก หากมีโครงการอาจกระทบต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้

นอกจากนี้ยังเป็นการทำลายการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกับแหล่งปะการังและจุดดำน้ำสำคัญระดับโลก รวมถึงอาจกระทบต่อแหล่งโบราณคดีใต้น้ำที่ยังไม่ได้สำรวจ

ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ระบุว่าจากการรับฟังความเห็นพบว่าสังคมยังมีความเห็นต่าง โดยกลุ่มที่คัดค้านกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใส จึงมีข้อเสนอว่าโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตต้องมีข้อมูลที่เป็นเอกภาพ โปร่งใส และสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ลดศัพท์วิชาการ รวมทั้งต้องวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียให้ครบถ้วน ทั้งกลุ่มเปราะบางและชุมชนในพื้นที่

พับแลนด์บริดจ์ เดินหน้าท่าเรือระนอง-รถไฟ Missing Link แทน

อย่างไรก็ตามแนวทางในอนาคตว่าแม้จะพับแผนแลนด์บริดจ์ แต่รัฐบาลจะหันมาพัฒนาศักยภาพเดิมที่มีอยู่ตามความต้องการของเอกชน ได้แก่ 1.พัฒนาท่าเรือระนอง โดยปรับปรุงและใช้ศักยภาพท่าเรือฝั่งอันดามันที่มีอยู่เดิมให้เต็มประสิทธิภาพ และ 2.เชื่อมต่อรถไฟ Missing Link โดยพัฒนาทางรถไฟเชื่อมท่าเรือระนองกับโครงข่ายหลัก เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากจีนทางเหนือและท่าเรือฝั่งอ่าวไทย