thansettakij
thansettakij
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเจรจาร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายภาคประชาชน (SEC Watch)  เพื่อหาทางออกร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. SEC

'พิพัฒน์' สั่งเบรกร่าง พ.ร.บ. SEC โยนคลังเคาะ 'แลนด์บริดจ์' 90 วัน

01 ก.ค. 69 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 08:09 น.

'พิพัฒน์' เปิดโต๊ะเจรจากลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 5 ข้อ เคาะถอนร่าง พ.ร.บ. SEC ออกจากการพิจารณาของ ครม. ลุยตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ ย้ำชัดไม่เอาโมเดล EEC ซ้ำรอยเดิม

KEY

POINTS

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม สั่งยกเลิกการเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และยืนยันว่าจะไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
  • มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีกรอบระยะเวลา 90 วัน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
  • เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน (SEC Watch) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาภาคใต้ โดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่นำรูปแบบการพัฒนาของ EEC มาใช้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการเจรจาร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายภาคประชาชน (SEC Watch) จำนวน 12 คน เพื่อหาทางออกร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. SEC นั้น

สำหรับการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังกล่าว เบื้องต้นที่ประชุมได้ข้อสรุปและมีมติเห็นชอบร่วมกันใน 5 ประเด็นหลัก เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานต่อไป ดังนี้

1. รัฐบาลยืนยันยกเลิกการเสนอร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. .... (SEC) ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจะไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด โดยจะมีการลงนามในหนังสือข้อตกลงร่วมกันระหว่างรองนายกรัฐมนตรีฯ และตัวแทนผู้ชุมนุมเป็นลายลักษณ์อักษร

2. เดินหน้าศึกษาและรับฟังโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาฯ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยมีกำหนดระยะเวลา 90 วัน

ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันความยินดีและเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

3. เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาภาคใต้ โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และ สนข. เป็นผู้แทนหลักของภาครัฐ ทำงานร่วมกับกลุ่ม SEC Watch โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ จะไม่นำรูปแบบการพัฒนาของ EEC มาใช้ในพื้นที่ภาคใต้ 

4. ทบทวนปัญหาการขยายพื้นที่ EEC (ปราจีนบุรี) โดยนายพิพัฒน์ จะนำเรื่องเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนการขยายเขตพื้นที่ EEC เข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีต่อไป

5. เร่งเยียวยาผลกระทบ EEC (ระยอง) กรณีปัญหาค่าชดเชยเยียวยาจากการถมทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง รองนายกรัฐมนตรีฯ จะนำปัญหาเสนอต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด

"การพัฒนาประเทศย่อมสร้างผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนอย่างแน่นอน หากสังคมยังคงยึดติด ประเทศไทยอาจตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน แต่โจทย์ที่สำคัญและท้าทายที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่น้อยที่สุด และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้" นายพิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้รัฐบาลขอยืนยันว่าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้หรือการสร้างท่าเรือ จะต้องมีการสงวนอาชีพสำหรับคนไทย โดยเฉพาะวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านเอาไว้

นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แกนนำกลุ่ม SEC Watch กล่าวว่า การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ มักถูกปัดฝุ่นนำกลับมาใหม่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น 

ที่ผ่านมาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ที่เดิมเป็นเพียงโรงงานประกอบรถยนต์ แต่เมื่อมีโครงการอย่าง EEC เข้ามา อุตสาหกรรมได้เปลี่ยนไปสู่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานผลิตยางรถยนต์ โรงหลอมเหล็ก และโรงงานเคมีภัณฑ์

อย่างไรก็ดีจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวเรื่องการจัดการขยะและมลพิษ โดยเฉพาะบทเรียนที่กากขยะอุตสาหกรรมจากระยองถูกลักลอบนำไปทิ้งในชลบุรี ประชาชนจึงต้องการความชัดเจนและไม่ต้องการให้ภาคใต้มีรูปแบบการพัฒนา (SEC) ที่ซ้ำรอยปัญหาเดิม