thansettakij
thansettakij
ชลบุรีเนื้อหอม ดาต้าเซ็นเตอร์-ร.พ. แห่ลงทุน รับเมืองใหม่ EEC

ชลบุรีเนื้อหอม ดาต้าเซ็นเตอร์-ร.พ. แห่ลงทุน รับเมืองใหม่ EEC

ทุนไทย-เทศปักหมุดชลบุรี รับการขยายตัวของเมืองใหม่ EEC ดาต้าเซ็นเตอร์อย่างน้อย 12 รายทยอยลงทุน รองรับคลาวด์-AI ขณะที่ธุรกิจโรงพยาบาลเร่งเพิ่มศักยภาพบริการ รับประชากร แรงงาน และผู้ประกันตนเพิ่ม แต่เอกชนยังกังวลเงื่อนไขสัญญา ความคุ้มค่า และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

KEY

POINTS

  • ชลบุรีกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ EEC โดยมีเม็ดเงินลงทุนที่ยืนยันแล้วจากผู้ลงทุนรายใหญ่หลายรายรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 156,810 ล้านบาท
  • ธุรกิจโรงพยาบาลเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจลงทุน เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ EEC ซึ่งปัจจุบันยังขาดแคลนเตียงผู้ป่วย
  • อย่างไรก็ตาม การลงทุนของโรงพยาบาลเอกชนยังคงชะลอตัวเพื่อรอดูความชัดเจนและเงื่อนไขสัญญาที่เอื้อประโยชน์จากภาครัฐ ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

จังหวัดชลบุรีกำลังขึ้นแท่นเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็น การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนข้อได้เปรียบของชลบุรีในฐานะจังหวัดหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ระบบสาธารณูปโภค โครงข่ายโทรคมนาคม และพื้นที่รองรับโครงการขนาดใหญ่ พร้อมรองรับความต้องการใช้งานคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการประมวลผลข้อมูลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า จังหวัดชลบุรีมีผู้ให้บริการและผู้พัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดดำเนินการแล้ว ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน อยู่ระหว่างพัฒนา หรือประกาศแผนลงทุนอย่างน้อย 12 ราย  ในจำนวนดังกล่าว มี 9 โครงการจาก 7 กลุ่มผู้ลงทุนที่สามารถยืนยันสถานที่ตั้งและมูลค่าการลงทุนในจังหวัดชลบุรีได้ชัดเจน คิดเป็นวงเงินรวมไม่ต่ำกว่า 156,810 ล้านบาท

Google-DayOne นำทัพลงทุนกว่า 6 หมื่นล้าน

ชลบุรีเนื้อหอม ดาต้าเซ็นเตอร์-ร.พ. แห่ลงทุน รับเมืองใหม่ EEC หนึ่งในโครงการขนาดใหญ่คือการลงทุนของ Google ผ่านบริษัท ควอตซ์ คอมพิวติ้ง จำกัด บริษัทในเครือ Alphabet ซึ่งได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เพื่อจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 32,800 ล้านบาท

ขณะที่บริษัท ดิจิทัลแลนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง BOI ระบุว่าเป็นบริษัทในเครือ GDS IDC Services ได้รับอนุมัติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 28,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันผู้พัฒนาโครงการดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ DayOne และอยู่ระหว่างพัฒนา Chonburi Tech Park ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี

เมื่อรวมสองโครงการ มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 60,800 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าชลบุรีไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่รองรับดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับลูกค้าองค์กรทั่วไป แต่กำลังดึงดูดผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลกเข้ามาตั้งฐานในไทย

Bridge ลงทุน 2 โครงการ 3.9 หมื่นล้าน

Bridge Data Centres เป็นผู้ลงทุนที่มีโครงการในชลบุรีอย่างน้อย 2 โครงการ โครงการแรกดำเนินการโดยบริษัท Bridge Data Centres III (Thailand) จำกัด มูลค่า 14,450 ล้านบาท ซึ่งได้รับอนุมัติจาก BOI พร้อมกับโครงการของ Digital Edge และ Vistas Technology ในปี 2568 ต่อมา BOI อนุมัติโครงการของบริษัท Bridge Data Centres IIO (Thailand) จำกัด เพิ่มอีก 24,600 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ทำให้ Bridge มีมูลค่าการลงทุนในชลบุรีรวมอย่างน้อย 39,050 ล้านบาท

ชลบุรีเนื้อหอม ดาต้าเซ็นเตอร์-ร.พ. แห่ลงทุน รับเมืองใหม่ EEC

แม้จะดำเนินการผ่านนิติบุคคลมากกว่าหนึ่งแห่ง แต่ทั้งสองโครงการอยู่ภายใต้กลุ่ม Bridge Data Centres จึงนับเป็นผู้ลงทุนกลุ่มเดียว เพื่อไม่ให้จำนวนผู้ประกอบการเกิดความซ้ำซ้อน

Digital Edge-Vistas ทุ่มรวมกว่า 4 หมื่นล้าน

บริษัท ดิจิทัล เอดจ์ ดีซี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Digital Edge DC ได้รับอนุมัติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 24,520 ล้านบาท โดยบริษัทพัฒนาโครงการร่วมกับกลุ่มบี.กริม เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบประมวลผลสำหรับธุรกิจยุคใหม่

ด้านบริษัท วิสตัส เทคโนโลยี จำกัด หรือ Vistas Technology ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ZDATA ได้รับอนุมัติลงทุนโครงการแรกมูลค่า 6,850 ล้านบาท และต่อมาได้รับอนุมัติโครงการเพิ่มเติมอีก 9,090 ล้านบาท เมื่อรวม 2 โครงการ Vistas Technology มีวงเงินลงทุนในจังหวัดชลบุรีอย่างน้อย 15,940 ล้านบาท ส่งผลให้ Digital Edge และ Vistas มีมูลค่าการลงทุนรวมกัน 40,460 ล้านบาท

GSA-NTT เติมเม็ดเงินอีก 1.65 หมื่นล้าน

บริษัท GSA Data Center 02 จำกัด ได้รับอนุมัติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 13,500 ล้านบาท โดย GSA Data Center เป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เกิดจากความร่วมมือของภาคธุรกิจโทรคมนาคมและพลังงานของไทยและสิงคโปร์

ขณะที่ NTT Global Data Centers ประกาศลงทุนพัฒนา Bangkok 3 Data Center หรือ BKK3 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มูลค่า 3,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ติดกับศูนย์ Bangkok 2 Data Center เดิมของบริษัท โดย 2 โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนรวม 16,500 ล้านบาท

True IDC ยังแยกยอดชลบุรีไม่ได้

นอกจากยอดลงทุน 156,810 ล้านบาทแล้ว BOI ยังอนุมัติโครงการของบริษัท True Internet Data Center หรือ True IDC จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 45,300 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ BOI ระบุว่าโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ทั้งในจังหวัดชลบุรีและสมุทรปราการ โดยไม่ได้แยกมูลค่าของแต่ละโครงการหรือแต่ละจังหวัด จึงไม่สามารถนำวงเงิน 45,300 ล้านบาททั้งหมดมารวมเป็นยอดลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของชลบุรีได้

ผู้ให้บริการเดิมปักฐานรับตลาดโต

ชลบุรียังมีผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว โดย TCC Technology มี Amata Data Center ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี ขณะที่ NT มีศูนย์ NT Data Center ภายในศูนย์โทรคมนาคมศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ชลบุรีเนื้อหอม ดาต้าเซ็นเตอร์-ร.พ. แห่ลงทุน รับเมืองใหม่ EEC

ส่วน SUPERNAP Thailand มีศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรีบนพื้นที่กว่า 75 ไร่ และเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังไม่มีตัวเลขลงทุนรายโครงการจากแหล่งข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอสำหรับนำมารวมในยอด 156,810 ล้านบาท

ด้าน CtrlS Datacenters ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จากอินเดีย ได้ทำข้อตกลงเช่าที่ดินประมาณ 25 ไร่ในจังหวัดชลบุรีเป็นเวลา 50 ปี เพื่อพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกของบริษัทนอกประเทศอินเดีย แต่ยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการลงทุนอย่างเป็นทางการ

ร.พ. เอกชน รอข้อกำหนดรัฐชัดเจน

ด้าน นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แม้รัฐจะพยายามดึงเอกชนเข้าไปร่วมลงทุนในพื้นที่ EECiti แต่เงื่อนไขสัญญาถือว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญ ภาครัฐต้องจัดทำสัญญาและกฏระเบียบข้อบังคับ รวมถึงระยะเวลาการลงทุนที่แน่นอน ให้เอกชนเห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างชัดเจนเสียก่อน โดยที่เอกชนผู้ลงทุนควรจะได้เห็นสิทธิประโยชน์และไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นทีหลัง

ทั้งนี้ การลงทุนด้านสุขภาพจะช่วยภาครัฐผลักดันแนวคิด “Medical Hub” ให้เกิดขึ้นได้จริง แต่กำลังสำคัญส่วนใหญ่ล้วนมาจากการริเริ่มของโรงพยาบาลเอกชน และปัจจุบันจากโรงพยาบาลเอกชนกว่า 400 แห่ง มีไม่ถึง 100 แห่ง (ประมาณ 1 ใน 4) ที่ยอมเข้าร่วมระบบ สปสช. ของรัฐ และโรงพยาบาลรัฐเองก็ยังประสบปัญหาการเงินและร้องเรียนเรื่องงบประมาณอยู่ เนื่องจากทำแล้วขาดทุนหรือได้กำไรน้อยมากจนอยู่ไม่รอด

“แนวคิดของโครงการนี้ถือว่าดีมาก แต่ความแตกต่างด้านการบริหาร (Mindset) ของระบบไทบกับระบบต่างประเทศไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่าง มาเลเซียหรือสิงคโปร์ รัฐมีหน้าที่ “สร้างกรอบและกำกับดูแล” หลังจากนั้นจะปล่อยให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ บริหารจัดการซึ่งมีความคล่องตัว แต่ในประเทศไทยไม่ใช่แบบนั้น”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภาคเอกชนหลายรายยังคง “รอดูท่าที” ว่ารัฐจะมีการปรับปรุงเงื่อนไขสัญญาให้เอื้อต่อการลงทุนและมีความเป็นธรรมอย่างไรบ้าง เพราะปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวโครงการ แต่สถานการณ์ปัจจุบันคือ ความไม่สอดคล้องกันของแนวคิดและเงื่อนไขการทำงานร่วมกัน ระหว่างรัฐที่เน้นการควบคุม กับเอกชนที่ต้องการความคุ้มค่าในการลงทุนเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้

ร.พ.พื้นที่ EEC อยู่ในภาวะขาดแคลน

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH และอดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า โครงการ EECiti อยู่ขอบเขตและภาพรวมของการลงทุนใน EEC ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดหลัก คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา และมีแนวโน้มจะขยายเส้นทางเชื่อมโยงไปยังจังหวัดอื่นอีกในอนาคต เพื่อรองรับการเป็นเมืองเทคโนโลยี โดยคาดการณ์ว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า พื้นที่โซนนี้จะเป็นบริเวณที่มีการลงทุนสูงที่สุดในประเทศไทย

“จากที่เห็นในตอนนี้ รัฐบาลเร่งส่งเสริมเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยใช้กฎหมายเฉพาะของ EEC ที่มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจาก BOI ทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องการยกเว้นภาษีที่ให้สิทธิประโยชน์มากกว่า เน้นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service) เพื่อความสะดวกของนักลงทุน ซึ่งการได้รับสิทธิพิเศษในพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนของ EEC จะต้องผ่านหลายกระบวนการ ทั้งทำประชาพิจารณ์ ผ่านการพิจารณาจากฝ่ายสิทธิประโยชน์และฝ่ายที่ดูแลภาพรวมของโครงการทั้งหมด”

ในด้านธุรกิจสุขภาพ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในพื้นที่ EEC แต่ยังอยู่ในภาวะขาดแคลน โดยเฉพาะในพัทยาและชลบุรี ซึ่งอัตราส่วนจำนวนเตียงต่อจำนวนประชากรและแรงงานยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่การเพิ่มขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรมทำให้มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมากขึ้น ซึ่งผู้บริหารและพนักงานก็ต้องการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น การขยายตัวของอุตสาหกรรมสุขภาพในพื้นที่ EEC หรือโครงการ EECiti จึงกลายเป็นความจำเป็นพื้นฐาน โดยสถานะปัจจุบันอยู่ในช่วงของการลงทุน (Investment) เพื่อเตรียมเปิดดำเนินการให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต พัฒนาสู่การเป็น “เมืองใหม่” ที่จะเป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเมืองอุตสาหกรรมต่างๆ แต่โครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างยังไม่มีความพร้อม

เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง (High Speed Rail) ก็ยังถือว่าติดขัด ทั้งความไม่ชัดเจนของการแบ่งกำลังการรองรับระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภา ตลอดจนความกังวลและต้องเฝ้าระวังเรื่องทุนจีนเทาที่จะเข้ามาแฝงตัวกับการลงทุนในพื้นที่ เป็นต้น