
บอร์ดรฟท. เคาะเพิ่ม งบเวนคืนที่ดิน สร้าง “รถไฟเด่นชัย-เชียงของ” 2.3 พันล้าน
รฟท. ขอเพิ่มงบเวนคืน รถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงของ อีก 2,304 ล้านบาท หลังงบเดิมหมื่นล้านเกลี้ยง เผย 7 สาเหตุหลักดันงบพุ่ง เตรียมชง ครม. ขยายกรอบวงเงิน ยันอุบัติเหตุดินสไลด์อุโมงค์ดอยหลวง ไม่กระทบเป้าเปิดใช้ปี 2571
KEY
POINTS
- คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมติเห็นชอบเพิ่มกรอบวงเงินค่าเวนคืนที่ดินโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ จำนวน 2,304 ล้านบาท
- การปรับเพิ่มงบครั้งนี้ทำให้กรอบวงเงินค่าเวนคืนที่ดินรวมของโครงการขยับขึ้นเป็น 12,964 ล้านบาท เนื่องจากงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้ไม่เพียงพอ
- งบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้ใน 7 รายการหลัก รวมถึงค่าอุทธรณ์ที่ดินที่ประชาชนขอเพิ่มค่าชดเชย, ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่เหลือ และค่ารื้อย้ายสาธารณูปโภค
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการขอปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและจัดหาอสังหาริมทรัพย์ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ จำนวน 2,304 ล้านบาท
ซึ่งจะทำให้กรอบวงเงินรวมค่าเวนคืนที่ดินของโครงการนี้ขยับขึ้นเป็น 12,964 ล้านบาท หลังจากบอร์ดรฟท. เห็นชอบแล้วจะเร่งสรุปเรื่องนี้เพื่อเสนอไปยังกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติขยายกรอบวงเงินเวนคืนที่ดินอย่างเป็นทางการต่อไป
ส่วนสาเหตุที่ปรับวงเงินดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าการเวนคืนที่ดินไปแล้วกว่า 98-99% แต่พบว่าวงเงินเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 จำนวน 10,660 ล้านบาทนั้น ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน โดยปัจจุบันมีการเบิกจ่ายไปแล้วถึง 10,657 ล้านบาท ซึ่งเกือบเต็มกรอบวงเงินเดิมแล้ว
สำหรับการปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและจัดหาอสังหาริมทรัพย์ในโครงการฯครั้งนี้ จำนวน 7 รายการประกอบด้วย 1. ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นประมาณ 700 กว่าล้านบาท 2. ค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดินประมาณ 7 ล้านกว่าบาท 3. ค่าชดเชยที่ดินของรัฐ เช่น ที่ดิน สปก. และที่ราชพัสดุ (กรมธนารักษ์) จำนวน 230 ล้านบาท 4. ค่าปลูกป่าทดแทนร่วมกับกรมป่าไม้ จำนวน 158 ล้านบาท
5. ค่าอุทธรณ์ที่ดินซึ่งเป็นส่วนที่มีนัยสำคัญที่สุด โดยประชาชนขออุทธรณ์ค่าชดเชยเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 670 ล้านบาท 6. ค่ารื้อย้ายสาธารณูปโภค โดยเฉพาะสายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประมาณ 189 ล้านบาทและ 7. เงินสำรองจ่ายสำหรับกรณีที่ประชาชนมีการฟ้องร้องดำเนินคดีอีกประมาณ 301 ล้านบาท
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เกิดเหตุการณ์ดินสไลด์บริเวณอุโมงค์ดอยหลวงในสัญญาที่ 3 นั้นเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นลักษณะของดินที่อยู่หลังผนังอุโมงค์เกิดการเคลื่อนตัวและร่วงลงมาทับคนงานในระหว่างการก่อสร้าง ไม่ใช่การถล่มของโครงสร้างผนังอุโมงค์ (Shotcrete) แต่อย่างใด
ทั้งนี้รฟท.ได้สั่งการให้เอกชนผู้รับจ้างทำการเคลียร์พื้นที่และกลับเข้าทำงานตามปกติแล้ว โดยยืนยันว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดให้บริการโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งยังคงเป้าหมายเดิมที่จะเปิดเดินรถได้ในปี 2571
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงเด่นชัย - เชียงราย – เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร (กม.) วงเงินก่อสร้าง 72,835 ล้านบาท มีสถานีรถไฟจำนวน 12 สถานี และที่หยุดรถ 13 แห่ง อุโมงค์รถไฟจำนวน 4 อุโมงค์ รวม 13.90 กิโลเมตรลานขนถ่ายสินค้า (CY) 5 แห่ง ที่เด่นชัย พะเยา ป่าแดด เชียงราย และเชียงของ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นที่ กม.533+900 อยู่ที่สถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ และสิ้นสุดโครงการที่ กม.857+000 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย







