thansettakij
thansettakij
คมนาคม สั่งสอบสาเหตุ นั่งร้านอุโมงค์รถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงของ ถล่มทับคนงาน

คมนาคม สั่งสอบสาเหตุ นั่งร้านอุโมงค์รถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงของ ถล่มทับคนงาน

20 มิ.ย. 69 | 15:46 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 69 | 15:56 น.

คมนาคม สั่งกั้นพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ด่วน ลุยสอบปมข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หลังเกิดเหตุนั่งร้านอุโมงค์ดอยหลวง จ.เชียงรายในโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงของ ร่วงทับนั่งร้าน ขณะคนงานติดตั้งระบบ Waterproofing เสียชีวิต 2 ราย เจ็บสาหัสอีก 3 ราย

KEY

POINTS

  • เกิดเหตุนั่งร้านภายในอุโมงค์รถไฟโครงการสายเด่นชัย-เชียงของถล่มทับคนงาน
  • ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 7 ราย
  • สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากหินบริเวณผนังอุโมงค์ถล่มลงมาขณะติดตั้งระบบกันซึม
  • กระทรวงคมนาคมสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้เมื่อเวลา 18.00 น.จากกรณีที่เกิดเหตุนั่งร้านภายในอุโมงค์รถไฟดอยหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้าง โครงการรถไฟสายใหม่เด่นชัย -เชียงราย- เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถล่มทับร่างคนงาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ 

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมจากการรายงานเหตุการณ์เบื้องต้น เมื่อเวลา 20.35 น.หลังจากเกิดอุบัติเหตุพบว่า สาเหตุเบื้องต้น คาดว่าเกิดจากหินบริเวณผนังอุโมงค์ถล่มขณะดำเนินการติดตั้งระบบ Waterproofing โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุอย่างละเอียด

เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 7

ส่วนความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ,ผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย และผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย

 

อุบัติเหตุนั่งร้านภายในอุโมงค์รถไฟดอยหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้าง โครงการรถไฟสายใหม่เด่นชัย -เชียงราย- เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถล่มทับร่างคนงาน

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ปัจจุบันสามารถควบคุมสถานการณ์และพื้นที่เกิดเหตุได้แล้ว ขณะเดียวกันได้ดำเนินการปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัยเรียบร้อย

 

อุโมงค์รถไฟดอยหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้าง โครงการรถไฟสายใหม่เด่นชัย -เชียงราย- เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

นอกจากนี้ได้นำร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว โดยหน่วยงานความปลอดภัย (Safety) ของโครงการได้เข้าควบคุมพื้นที่และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุโดยละเอียด และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ภาพจาก กรมป้องกันและบรรเทาภัย(ปภ.)