thansettakij
thansettakij
ภาพจำลองโครงการแลนด์บริดจ์สอดรับกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

บอร์ด ‘แลนด์บริดจ์’ นัดถก 3 ก.ค.นี้ ประเมินความคุ้มค่า ก่อนสรุปส่งนายกฯ

01 ก.ค. 69 | 08:24 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 08:30 น.

เลขาฯสภาพัฒน์ เผย คณะอนุกรรมการฯ ‘แลนด์บริดจ์’ นัดคุย 3 ก.ค.นี้ ประเมินความคุ้มค่าโครงการ ถกเอกชน วิชาการ ก่อนสรุปส่งนายกฯ ภายในเดือนสิงหาคมนี้

KEY

POINTS

  • คณะอนุกรรมการโครงการแลนด์บริดจ์นัดประชุมวันที่ 3 ก.ค.นี้ เพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญภาคเอกชนและนักวิชาการ ก่อนสรุปรายงานเสนอนายกรัฐมนตรีในเดือน ส.ค.69
  • การประชุมจะมุ่งประเมินความคุ้มค่าของโครงการใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านพาณิชย์, การขนส่งถ่ายลำสินค้า และด้านการปฏิบัติงาน
  • ประเด็นสำคัญในการพิจารณาคือปริมาณสินค้า, ความสามารถในการดึงดูดสายการเดินเรือ และประสิทธิภาพด้านต้นทุนและเวลาในการขนส่งสินค้าข้ามฝั่ง

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ เตรียมนัดหารือกันอีกครั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้ เพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

“การประชุมวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะรับฟังข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน และนักวิชาการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการขนส่ง รวมทั้งมีข้อมูลเรื่องสายการเดินเรือมาประชุมร่วมกัน เพื่อรับฟังข้อมูลเพื่อสรุปความเห็นอย่างรอบคอบที่สุดก่อนเสนอรายงานให้กับนายกรัฐมนตรีในเดือนสิงหาคม 2569 นี้” นายดนุชา กล่าว

นายดนุชา กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ให้ความสำคัญในการประเมินความคุ้มค่ามี 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านพาณิชย์ โดยพิจารณาความสมเหตุสมผลของปริมาณสินค้าที่จะเข้ามาใช้บริการตามสมมติฐานที่วางไว้

2.ด้านการขนส่งถ่ายลำสินค้า โดยต้องวิเคราะห์ขีดความสามารถในการดึงดูดสายการเดินเรือให้มาใช้บริการท่าเรือในโครงการ เนื่องจากในภูมิภาคนี้มีท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูงดำเนินการอยู่แล้ว

3.ด้านการปฏิบัติงาน โดยประเมินกระบวนการยกขนและส่งผ่านสินค้าจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ทั้งในแง่ของต้นทุน ระยะเวลา และประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ

ทั้งนี้หากผลการศึกษาออกมาแล้วโครงการแลนด์บริดจ์สามารถเดินหน้าได้ โครงการจะยังไม่เสร็จในเร็วนี้ใช่หรือไม่ นายดนุชา ยอมรับว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการนาน และต้องมีความละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินความคุ้มค่าไปจนถึงการออกหนังสือเชิญชวนเอกชน (RFP) เนื่องจากเป็นโครงการระดับใหญ่ที่ต้องอาศัยการประเมินรอบด้าน

อย่างไรก็ดีคณะกรรมการชุดนี้ จึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมข้อมูลจากทั้งภาควิชาการ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด

ส่วนข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่เรื่องการเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์กับร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC นั้น เห็นว่า คณะกรรมการฯแลนด์บริดจ์จะนำร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวมาประเมินความจำเป็นด้วยว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ที่เป็นกฎหมายใหม่หรือไม่ เพราะอาจไม่จำเป็นต้องมีการร่างกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมาเสมอไป

นายดนุชา กล่าวว่า ส่วนตัวคณะกรรมการฯ ไม่ได้มีแนวคิดว่าต้องร่างกฎหมายเฉพาะขึ้นมาใหม่เสมอไป เพราะกฎหมายปัจจุบันหลายฉบับอาจนำมาปรับใช้ได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลการศึกษาว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความคุ้มทุนหรือไม่

เมื่อถามว่ากรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม บอกกับผู้ชุมนุมว่าจะไม่ใช้ร่าง พ.ร.บ. SEC ฉบับเดิม นายดนุชา ยอมรับว่า ในเรื่องนี้จะทำให้การทำงานของคณะกรรมการฯ ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตามในการดำเนินการของรัฐบาลทั้งในเรื่องของโครงการแลนด์บริดจ์ และร่างกฎหมาย SEC นั้น เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก รวมทั้งแนวทางการพัฒนาควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนรูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ ต้องเป็นรูปแบบที่คนในพื้นที่ยอมรับและช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

“นโยบายของรัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน โดยมีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อนำรายละเอียดมาพิจารณาร่วมกับความเหมาะสมของโครงการและตัวกฎหมาย ซึ่งประเด็นด้านกฎหมายนี้จะถูกบรรจุลงในรายงานที่จะเสนอต่อนายกฯ ต่อไป”นายดนุชา ระบุ