thansettakij
thansettakij
'บอร์ดแลนด์บริดจ์' ชำแหละความคุ้มค่า-สิ่งแวดล้อม ส่งนายกฯชี้ขาด ส.ค.นี้

'บอร์ดแลนด์บริดจ์' ชำแหละความคุ้มค่า-สิ่งแวดล้อม ส่งนายกฯชี้ขาด ส.ค.นี้

26 มิ.ย. 69 | 09:53 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 69 | 10:21 น.

รัฐบาลยังไม่เคาะเดินหน้าแลนด์บริดจ์ บอร์ดเร่งศึกษาความคุ้มค่า เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเสียงประชาชน ก่อนสรุปรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจภายในเดือนสิงหาคม

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการแลนด์บริดจ์กำลังศึกษาความคุ้มค่าและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ โดยจะสรุปผลทั้งหมดเพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนสิงหาคม 2569
  • คณะอนุกรรมการฯ พบว่าข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาจำเป็นต้องปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน โดยจะนำข้อมูลจากท่าเรือสิงคโปร์มาใช้เป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบเพื่อประเมินการประหยัดเวลาขนส่งสินค้า
  • คณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมมีความกังวลต่อผลกระทบจากการขุดลอกร่องน้ำ การสูญเสียพื้นที่ป่า และระบบนิเวศทางทะเล เตรียมลงพื้นที่รับฟังความเห็นจากประชาชนในเดือนกรกฎาคมนี้
  • รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการหรือไม่ โดยการศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและโปร่งใสเพื่อประกอบการตัดสินใจ

ความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ครั้งที่ 2/2569 

ทั้งนี้ โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า และผลกระทบของโครงการอย่างรอบด้าน ภายใต้กรอบเวลาการศึกษา 90 วัน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโครงการแลนด์บริดจ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า คณะอนุกรรมการด้านการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งมีตนเป็นประธาน ได้ประชุมไปแล้วเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยพิจารณาสมมติฐานหลักที่ใช้ในการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

ทั้งในด้านความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ปริมาณสินค้าที่คาดว่าจะใช้บริการ ต้นทุนการขนส่ง ระยะเวลาที่สามารถประหยัดได้จากการขนส่ง รวมถึงศักยภาพในการดึงดูดสายการเดินเรือรายใหญ่ให้เข้ามาใช้โครงการ

ทบทวนตารางเดินเรือ ชูโมเดลสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการเห็นว่ามีข้อมูลหลายส่วนที่จำเป็นต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลล่าสุดแทนข้อมูลที่ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงการทบทวนสมมติฐานเกี่ยวกับรูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลและการดำเนินงานของโครงการ เพื่อให้ผลการศึกษามีความแม่นยำมากขึ้น ก่อนนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในการประชุมวันที่ 3 กรกฎาคม 2569

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม คือ การประเมินผลประโยชน์ด้านการประหยัดเวลาในการขนส่งสินค้า โดยคณะอนุกรรมการเห็นว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระยะเวลาการถ่ายลำสินค้า ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งตารางเดินเรือ ระยะเวลารอคอยการขนถ่ายสินค้า และโครงข่ายการเดินเรือระหว่างประเทศ

คณะอนุกรรมการจึงเสนอให้นำข้อมูลจากท่าเรือสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าระดับโลก มาใช้เป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบ เพื่อประเมินระยะเวลาเฉลี่ยที่แท้จริงและสะท้อนประสิทธิภาพของโครงการได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

ลงพื้นที่ก.ค.นี้ ฟังเสียงสะท้อนประชาชน

ในส่วนของคณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม ได้มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง โดยได้พิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขององค์ประกอบสำคัญของโครงการ ทั้งมอเตอร์เวย์ ระบบราง และท่าเรือน้ำลึก พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการขุดลอกร่องน้ำ การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนผลกระทบต่อวิถีชีวิต อาชีพ รายได้ และการจ้างงานของประชาชนในพื้นที่

“คณะอนุกรรมการเตรียมลงพื้นที่ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง ก่อนนำมาประกอบการประเมินผลกระทบในภาพรวม”

ด้านคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ เพื่อให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“ยืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการขึ้นมาครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและโปร่งใส ทั้งในมิติของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ”

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและผู้แทนภาคประชาชนสามารถเข้าร่วมรับฟังการประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้กระบวนการศึกษาสามารถตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกรณีที่นางสามธม สินสุวรรณ ผู้แทนภาคประชาชนจากเครือข่ายรักษ์ระนอง ลาออกจากการเป็นกรรมการโครงการนั้น นายดนุชาระบุว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณา แม้จะรู้สึกเสียดาย เนื่องจากต้องการให้ตัวแทนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสะท้อนข้อเท็จจริงและมุมมองจากพื้นที่ให้มากที่สุด

ยันบอร์ดแลนด์บริดจ์ศึกษาทุกมิติ

ส่วนข้อเรียกร้องของภาคประชาชนที่ต้องการให้ทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณากฎหมาย SEC นั้น เป็นประเด็นที่คณะกรรมการกำลังศึกษาอยู่ทั้งหมด โดยจะพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประเมินว่าโครงการมีความเหมาะสมหรือไม่ ควรปรับปรุงในส่วนใด หรือมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่าหรือไม่

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการยังให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่กำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการค้าโลกที่ชะลอตัว ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่เฉพาะต่อโครงการแลนด์บริดจ์เท่านั้น แต่รวมถึงทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

นายดนุชา กล่าวว่า หากผลการศึกษาสรุปว่าโครงการมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์และมีความคุ้มค่าเพียงพอ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณารูปแบบการลงทุน ขนาดโครงการ และแนวทางการระดมทุนต่อไป ส่วนประเด็นการดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ยังไม่ใช่ประเด็นที่กำลังพิจารณาในขณะนี้

“คาดว่าคณะกรรมการจะสามารถสรุปผลการศึกษาทั้งหมดได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยระหว่างนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขหรือผลประเมินใด ๆ เพื่อป้องกันการนำข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ไปตีความหรือสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน”