
'พิพัฒน์' สั่งรฟม.ถก BEM-BTS รับตั๋วร่วมเริ่ม 40 บาทตลอดวัน
'พิพัฒน์' สั่งรฟม.เจรจา BEM-BTS ดัน Single Ownership รับตั๋วร่วม รื้อสัญญาเอกชน ลุย Gross Cost คุมโครงสร้างราคา 40 บาท ถก BEM เสียบเดินรถ "สายสีม่วงใต้" จ่อรับรถไฟฟ้า "สายสีส้ม" ล็อตแรก ต.ค. นี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังมอบนโยบายการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดเดินหน้านโยบายรวมศูนย์การบริหารจัดการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม หรือ Single Ownership
ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการรถไฟฟ้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. เพียงรายเดียวเพื่อเดินหน้าโครงการตั๋วร่วม 40 บาท ตลอดวัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะมีหน้าที่ในการเร่งเจรจากับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวมายัง รฟม.
ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมจะเร่งเจรจากับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานรถไฟฟสายสีน้ำเงิน เพื่อเจรจาให้ทั้ง 2 บริษัทเข้ามาร่วมในโครงการลดค่าครองชีพของรัฐบาบ ในนโยบายตั๋วร่วม 40 บาท ซึ่งรูปแบบการเจรจารัฐบาลจะไม่ใช้เงินงบประมาณแต่อย่างใด โดยเป้าหมายจะให้ใช้นโยบาย 40 บาทตลอดวันทุสายทุกสีภายในต้นปี 70
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า สำหรับการผลักดันการจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) ขณะนี้รฟม. อยู่ระหว่างการศึกษาและวิเคราะห์ต้นทุนการดำเนินงานร่วมกับกรมการขนส่งทางราง (ขล.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารร่วม
ทั้งนี้ในปัจจุบันรฟม.ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งจะต้องรอนำข้อมูลจากกรมการขนส่งทางรางมาประกอบเพื่อกำหนดโครงสร้างราคาแบบใหม่ โดยกำลังพิจารณาแนวคิดเป็นการแบ่งเขตพื้นที่และการกำหนดเพดานค่าโดยสาร (Cap Fare) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในระยะยาว
นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า ส่วนการปรับปรุงสัญญา มีแนวคิดที่จะเจรจาปรับปรุงสัญญาจากรูปแบบ Net Cost เป็น Gross Cost เพื่อให้รัฐสามารถควบคุมอัตราค่าโดยสารให้ต่ำลงได้ตามนโยบายดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งการเจรจากับเอกชนจะได้กี่สายนั้นขึ้นอยู่กับสัญญาในการเจรจาของแต่ละราย โดยมีเป้าหมายการใช้ค่าโดยสารร่วมและตั๋วร่วมในสายใหม่ๆ หรือสายที่ดำเนินการได้ก่อน ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน
ส่วนการโอนโครงสร้างพื้นฐานของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ปัจจุบันรฟม.อยู่ระหว่างหารือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการเปลี่ยนเจ้าของโครงการสายสีเขียวและสายสีทองมาอยู่ภายใต้การดูแลของ รฟม. เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการในภาพรวม
ถก BEM เดินรถสายสีม่วงใต้
นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า ส่วนการเปิดประมูล PPP เดินรถสายสีม่วงใต้ (เตาปูน - ราษฎร์บูรณะ) ปัจจุบันงานโยธามีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยรฟม. จะเสนอรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการฯ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 (PPP) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟม.ภายใน 1-2 เดือน
สำหรับรูปแบบการเดินรถนั้น ในเบื้องต้นผลการศึกษาแนะนำให้ใช้รูปแบบ Gross Cost เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ เพื่อให้การเดินรถมีความต่อเนื่อง ประชาชนไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีเตาปูน
ทั้งนี้วิธีการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนเพื่อเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ โดยรฟม.เห็นว่าการใช้วิธีเจรจากับผู้รับจ้างรายเดิมจะมีความแม่นยำทางเทคนิคและสะดวกต่อการเดินทางประชาชน คาดว่าจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบได้ภายในปีนี้หรือต้นปี 2570 และได้ตัวผู้เดินรถภายในปี 2570 ก่อนเปิดให้บริการได้ในปี 2573
เร่งส่งมอบ 32 ขบวนรถ 'สายสีส้ม'
นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ระยะทาง 22.5 กม. ขณะนี้ อยู่ระหว่างการติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและระบบอาณัติสัญญาณ มีความคืบหน้าแล้วกว่า 50%
นอกจากนี้รฟม.อยู่ระหว่างการรอส่งมอบขบวนรถไฟจำนวน 32 ขบวนคาดว่า จะรับมอบขบวนรถไฟขบวนแรก ภายใน ต.ค.นี้ และทยอยส่งมอบครบทุกขบวนภายในปลายปี 2570 จากนั้นจะเริ่มทดสอบระบบและการเดินรถ
ทั้งนี้ตามแผนจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2571 แต่ผู้รับจ้างได้ยืนยันมายัง รฟม. ว่า จะเร่งรัดให้สามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2570






