
‘ขสมก.’ กางแผนดึงรถเมล์ NGV เสริมทัพ รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ขสมก. เกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง กระทบต้นทุนน้ำมันดิบโลกพุ่ง รับแบกภาระใช้น้ำมันดีเซลวันละ 1.28 แสนลิตร กางแผนสำรองเตรียมปรับลดความถี่เดินรถ ดันรถเมล์ NGV 800 คัน วิ่งทดแทน พร้อมตรึงค่าโดยสาร อุ้มค่าครองชีพประชาชน
KEY
POINTS
- ขสมก. เตรียมแผนรับมือราคาน้ำมันที่อาจสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
- หากราคาน้ำมันดีเซลสูงเกิน 34 บาทต่อลิตร จะนำรถเมล์ NGV ที่มีอยู่กว่า 800 คัน มาวิ่งให้บริการทดแทนเพื่อลดการใช้น้ำมัน
- จะมีการปรับลดความถี่การเดินรถในเส้นทางที่มีผู้โดยสารน้อย และเน้นใช้รถ NGV ในเส้นทางหลักที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น
- ยืนยันว่าจะยังคงตรึงราคาค่าโดยสารในอัตราเดิม เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพของประชาชน
แหล่งข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยอมรับว่า ขสมก. ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากในขณะนี้ขสมก.ใช้น้ำมันประมาณ 128,000 ลิตรต่อวัน เพื่อเดินรถรับ-ส่งประชาชนผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลยังคงอยู่ในกรอบงบประมาณประจำปีที่ ขสมก. วางไว้ ซึ่งตั้งเป้าหมายรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันไว้ที่ไม่เกิน 34 บาทต่อลิตร โดยราคาในปัจจุบันยังอยู่ที่ประมาณ 32 บาทต่อลิตร ทำให้การบริหารจัดการยังคงเป็นไปตามปกติ
แหล่งข่าวจากขสมก. กล่าวต่อว่า หากสถานการณ์บานปลายจนราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงเกินกว่ากรอบ 34 บาทต่อลิตร ขสมก. ได้เตรียมแผนการปรับลดความถี่ในการเดินรถ รองรับสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อลดภาระต้นทุนเชื้อเพลิงไว้แล้ว
สำหรับการปรับลดความถี่ในการเดินรถ โดยการนำรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) ซึ่งปัจจุบันมีพร้อมใช้งานประมาณ 800 กว่าคัน เข้ามาวิ่งให้บริการทดแทนหรือเสริมในสัดส่วนที่มากขึ้น เพื่อลดสัดส่วนการใช้น้ำมันดีเซล
ส่วนการปรับตารางการเดินรถจะปรับลดความถี่ในการปล่อยรถในเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการน้อย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดพลังงาน
“หากถึงจุดวิกฤตจริงๆ เราต้องปรับความถี่และรอบการวิ่ง โดยมุ่งเน้นเส้นทางที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่น จะมีการบริหารจัดการด้วยรถเมล์ NGV เป็นหลัก เพื่อรักษาคุณภาพการบริการไม่ให้กระทบต่อประชาชนและบริหารต้นทุนน้ำมันไม่ให้เกินงบประมาณที่ตั้งไว้” แหล่งข่าวจากขสมก.กล่าว
ขณะที่แนวโน้มการปรับขึ้นค่าโดยสารตามสภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น แหล่งข่าวจากขสมก.ระบุว่า ในฐานะหน่วยงานบริการสาธารณะของภาครัฐ ขสมก. ยังคงยึดนโยบายตรึงราคาค่าโดยสารตามอัตราเดิมต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
“ถึงแม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะขยับตัวสูงขึ้นก็ตาม เชื่อว่าในส่วนนี้ทางรัฐบาลจะเป็นผู้เข้ามาสนับสนุนดูแลเรื่องดังกล่าวต่อไป” แหล่งข่าวจากขสมก. กล่าว
อย่างไรก็ดีมาตรการความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาครัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามนโยบายภาพรวมจากทางรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือถึงมาตรการเยียวยาหรือสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมในระดับนโยบายต่อไป หากสถานการณ์พลังงานโลกยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย

