thansettakij
ปิดตำนานรถร้อน ขสมก.รื้อโครงสร้าง ดันเมล์ EV แอร์ฉํ่า!

ปิดตำนานรถร้อน ขสมก.รื้อโครงสร้าง ดันเมล์ EV แอร์ฉํ่า!

10 ก.พ. 2569 | 22:00 น.

ขสมก. บขส. และบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด (TSB) รื้อโครงสร้างการบริการรถโดยสารใหญ่ ทุ่มทุนจัดหารถใหม่ ปิดตำนานรถร้อน ก่อนก้าวสู่ยุคของรถเมล์ไฟฟ้า หรือ EV 100%

KEY

POINTS

  • ขสมก. เตรียมยุติการให้บริการรถเมล์ร้อน (สีครีม-แดง) เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและค่าใช้จ่ายสูง โดยจะเปลี่ยนไปใช้รถเมล์ไฟฟ้า (EV) ปรับอากาศทั้งหมด
  • ได้ลงนามในสัญญาเช่ารถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน กับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เป็นระยะเวลา 7 ปี โดยจะทยอยรับมอบรถให้แล้วเสร็จภายในปี 2570
  • การเปลี่ยนมาใช้รถเมล์ EV คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของ ขสมก. ได้ถึง 1,600 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากต้นทุนพลังงานไฟฟ้าถูกกว่าน้ำมันและไม่มีภาระค่าซ่อมบำรุง

ตลอดหลายทศวรรษ “รถเมล์ร้อน” หรือรถธรรมดาสีครีม-แดง คือภาพจำที่เป็นทั้งความผูกพันและภาระทางบัญชีจากค่าซ่อมบำรุงและค่านํ้ามันที่พุ่งสูง จนนำมาสู่หนี้สะสมมหาศาลกว่า 1.5 แสนล้านบาทในปัจจุบัน และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ ขสมก. กำลังจะ “ปิดตำนาน” รถเก่าเพื่อก้าวสู่ยุคของรถเมล์ไฟฟ้า (EV) 100%

ขสมก. เซ็น“นครชัยแอร์” เช่า 7 ปี 

ล่าสุดนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าแผนจัดหารถโดยสารใหม่ ขณะนี้ขสมก.ได้ลงนามสัญญาเช่ารถเมล์ไฟฟ้ากับ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ไป เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเอกชนรายนี้เป็นผู้ชนะการประมูลในโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

ส่วนขั้นตอนต่อไป ขสมก.จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ภายใน 30 วัน พร้อมแจ้งแผนการใช้พื้นที่อู่จอดรถแก่เอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอู่จอดรถและจุดชาร์จ ขสมก. ทั้งหมด 12 แห่ง รองรับรถเมล์ใหม่ ซึ่งมีทั้งอู่เดิมของ ขสมก. และอู่ที่เช่าจากหน่วยงานรัฐอื่น เช่น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) 
 
 

รวมไปถึงอู่เอกชนที่นำมาขยายพื้นที่เพิ่มเติม ได้แก่ อู่รังสิต, อู่พระราม 9 และอู่แสมดำ (เขตการเดินรถที่ 5) ส่วนอู่บางเขนอาจถูกแยกไปดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในอนาคต คาดว่าจะส่งแผนให้เอกชนดำเนินการภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ 

สำหรับไทม์ไลน์การส่งมอบรถ EV 1,520 คันของขสมก. แบ่งเป็น 3 ระยะ ล็อตแรก 500 คัน จะรับมอบภายในเดือนมีนาคม 2570 ส่วนล็อตที่สอง 500 คัน จะรับมอบภายในเดือนเมษายน 2570 และล็อตที่สาม 520 คัน จะรับมอบภายในเดือนพฤษภาคม 2570 หากรับมอบรถแล้ว คาดว่าจะสามารถวิ่งให้บริการได้ทันทีภายใน 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ดีแผนนี้จะช่วยให้ ขสมก. ลดค่าใช้จ่ายได้เกือบ 40% หรือประมาณ 1,600 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากต้นทุนพลังงานไฟฟ้าถูกกว่านํ้ามันถึง 3 เท่า และไร้ภาระค่าซ่อมบำรุงที่เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่า อีกทั้งยังช่วยลดภาระการกู้เงินและลดการพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐได้ในระยะยาว จากปัจจุบัน ขสมก. มีหนี้สะสมรวมประมาณ 150,000 ล้านบาท 
 

บขส. ทุ่ม 3 พันล้าน เช่ารถใหม่ล้างหนี้

ด้าน บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เดินเกมรุกไม่แพ้กัน หลังประสบภาวะขาดทุนกว่า 200 ล้านบาท ในปี 2568 ล่าสุดคว้า บริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญาเช่ารถใหม่ 311 คัน ระยะเวลาเช่า 5 ปี วงเงิน 3,018 ล้านบาท ทดแทนรถเก่าที่ใช้งานมานานเตรียมปลดระวางจำนวน 157 คัน  
 
ทั้งนี้ตามแผน บขส.ได้รับมอบรถใหม่เข้าสู่ระบบแล้วกว่า 80 คัน และได้นำออกให้บริการครบถ้วนทุกคัน โดยรถทั้งหมดถูกจัดสรรให้บริการในเส้นทางหลักและเส้นทางที่มีความต้องการเดินทางสูง

ขณะที่การรับมอบรถส่วนที่เหลืออีก 231 คัน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2569 ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปีของ บขส.

สำหรับการปรับรถโดยสารใหม่ของ บขส.ครั้งนี้เป็นการใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ที่จะช่วยลดมลพิษ PM 2.5 ประหยัดพลังงาน พร้อมระบบความปลอดภัยทั้ง GPS, กล้อง CCTV, ระบบเตือนหลับใน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องนํ้าในตัว ช่องเก็บสัมภาระ USB Type-C/USB ปกติ และ WiFi ฟรีทุกคัน

ไทยสมายล์บัส เร่งฟีดเดอร์ รับดีมานด์

ในภาคเอกชนบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด (TSB) ยังคงรักษาความเป็นผู้นำรถเมล์ไฟฟ้า โดยในปี 2569 มีการปรับเพิ่มฟีดเดอร์รถเมล์เดิมที่มีอยู่ 2,000 คันในเส้นทางต่างๆ ซึ่งในจำนวนนี้มาจากการยกระดับรถที่ให้บริการ 2,350 คัน คาดว่าปีนี้จะมีผู้โดยสารใช้บริการราว 4.7 แสนคนต่อวัน
 
นอกจากนี้ไทยสมายล์บัสได้เดินหน้างานบริหารจัดการเดินรถให้องค์กรต่าง ๆ อาทิ สถาบันการศึกษา ที่สามารถคว้างานบริการรถ Shuttle ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมกับขยายงาน ต่างจังหวัด รถขนส่งประจำจังหวัดกับ อบจ. ต่างๆ เช่น เชียงใหม่, น่าน และลำพูน 

หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 45 ฉบับที่ 4,174 วันที่ 12 -14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569