

KEY
POINTS
ตลอดหลายทศวรรษ “รถเมล์ร้อน” หรือรถธรรมดาสีครีม-แดง คือภาพจำที่เป็นทั้งความผูกพันและภาระทางบัญชีจากค่าซ่อมบำรุงและค่านํ้ามันที่พุ่งสูง จนนำมาสู่หนี้สะสมมหาศาลกว่า 1.5 แสนล้านบาทในปัจจุบัน และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ ขสมก. กำลังจะ “ปิดตำนาน” รถเก่าเพื่อก้าวสู่ยุคของรถเมล์ไฟฟ้า (EV) 100%
ล่าสุดนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าแผนจัดหารถโดยสารใหม่ ขณะนี้ขสมก.ได้ลงนามสัญญาเช่ารถเมล์ไฟฟ้ากับ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ไป เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเอกชนรายนี้เป็นผู้ชนะการประมูลในโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
ส่วนขั้นตอนต่อไป ขสมก.จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ภายใน 30 วัน พร้อมแจ้งแผนการใช้พื้นที่อู่จอดรถแก่เอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอู่จอดรถและจุดชาร์จ ขสมก. ทั้งหมด 12 แห่ง รองรับรถเมล์ใหม่ ซึ่งมีทั้งอู่เดิมของ ขสมก. และอู่ที่เช่าจากหน่วยงานรัฐอื่น เช่น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)
รวมไปถึงอู่เอกชนที่นำมาขยายพื้นที่เพิ่มเติม ได้แก่ อู่รังสิต, อู่พระราม 9 และอู่แสมดำ (เขตการเดินรถที่ 5) ส่วนอู่บางเขนอาจถูกแยกไปดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในอนาคต คาดว่าจะส่งแผนให้เอกชนดำเนินการภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
สำหรับไทม์ไลน์การส่งมอบรถ EV 1,520 คันของขสมก. แบ่งเป็น 3 ระยะ ล็อตแรก 500 คัน จะรับมอบภายในเดือนมีนาคม 2570 ส่วนล็อตที่สอง 500 คัน จะรับมอบภายในเดือนเมษายน 2570 และล็อตที่สาม 520 คัน จะรับมอบภายในเดือนพฤษภาคม 2570 หากรับมอบรถแล้ว คาดว่าจะสามารถวิ่งให้บริการได้ทันทีภายใน 1 สัปดาห์
อย่างไรก็ดีแผนนี้จะช่วยให้ ขสมก. ลดค่าใช้จ่ายได้เกือบ 40% หรือประมาณ 1,600 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากต้นทุนพลังงานไฟฟ้าถูกกว่านํ้ามันถึง 3 เท่า และไร้ภาระค่าซ่อมบำรุงที่เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่า อีกทั้งยังช่วยลดภาระการกู้เงินและลดการพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐได้ในระยะยาว จากปัจจุบัน ขสมก. มีหนี้สะสมรวมประมาณ 150,000 ล้านบาท
ด้าน บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เดินเกมรุกไม่แพ้กัน หลังประสบภาวะขาดทุนกว่า 200 ล้านบาท ในปี 2568 ล่าสุดคว้า บริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญาเช่ารถใหม่ 311 คัน ระยะเวลาเช่า 5 ปี วงเงิน 3,018 ล้านบาท ทดแทนรถเก่าที่ใช้งานมานานเตรียมปลดระวางจำนวน 157 คัน
ทั้งนี้ตามแผน บขส.ได้รับมอบรถใหม่เข้าสู่ระบบแล้วกว่า 80 คัน และได้นำออกให้บริการครบถ้วนทุกคัน โดยรถทั้งหมดถูกจัดสรรให้บริการในเส้นทางหลักและเส้นทางที่มีความต้องการเดินทางสูง
ขณะที่การรับมอบรถส่วนที่เหลืออีก 231 คัน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2569 ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปีของ บขส.
สำหรับการปรับรถโดยสารใหม่ของ บขส.ครั้งนี้เป็นการใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ที่จะช่วยลดมลพิษ PM 2.5 ประหยัดพลังงาน พร้อมระบบความปลอดภัยทั้ง GPS, กล้อง CCTV, ระบบเตือนหลับใน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องนํ้าในตัว ช่องเก็บสัมภาระ USB Type-C/USB ปกติ และ WiFi ฟรีทุกคัน
ในภาคเอกชนบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด (TSB) ยังคงรักษาความเป็นผู้นำรถเมล์ไฟฟ้า โดยในปี 2569 มีการปรับเพิ่มฟีดเดอร์รถเมล์เดิมที่มีอยู่ 2,000 คันในเส้นทางต่างๆ ซึ่งในจำนวนนี้มาจากการยกระดับรถที่ให้บริการ 2,350 คัน คาดว่าปีนี้จะมีผู้โดยสารใช้บริการราว 4.7 แสนคนต่อวัน
นอกจากนี้ไทยสมายล์บัสได้เดินหน้างานบริหารจัดการเดินรถให้องค์กรต่าง ๆ อาทิ สถาบันการศึกษา ที่สามารถคว้างานบริการรถ Shuttle ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมกับขยายงาน ต่างจังหวัด รถขนส่งประจำจังหวัดกับ อบจ. ต่างๆ เช่น เชียงใหม่, น่าน และลำพูน
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 45 ฉบับที่ 4,174 วันที่ 12 -14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569