ลุ้นบอร์ด กพอ. เคาะหลักการแก้สัญญา ‘ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’

30 ธ.ค. 2568 | 01:30 น.

‘รฟท.’ เปิดแผนคืบหน้าแก้สัญญา ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ หลังเสนออีอีซี ดันหลักการทบทวน ลุ้น กพอ.ไฟเขียว ก่อนชงครม. เดินหน้าต่อ

KEY

POINTS

  • รฟท. ได้เสนอหลักการแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ให้สำนักงานอีอีซี (สกพอ.) เพื่อเตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายฯ (กพอ.) และ ครม. พิจารณา
  • เสนอแก้เงื่อนไขการชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) จากเดิมที่เอกชนต้องจ่ายภายใน 2 ปี เป็นการแบ่งชำระ 7 งวดพร้อมดอกเบี้ย
  • เสนอปรับวิธีจ่ายเงินร่วมลงทุนของภาครัฐ จากเดิมจ่ายเมื่อเปิดให้บริการ เป็นการจ่ายตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง (สร้างไปจ่ายไป)

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงิน 2.24 แสนล้านบาท

ปัจจุบันรฟท.ได้เสนอหลักการทบทวนร่างแก้ไขสัญญาฯตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวัน ออก (สกพอ.) หรืออีอีซีแล้ว 

ทั้งนี้อยู่ระหว่างทางอีอีซีจัดทำข้อสรุปดังกล่าวก่อนเสนอไปยังคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาและเสนอต่อครม.เห็นชอบต่อไป 
 

“ประเด็นข้อสังเกตของอัยการสูงสุดที่ตอบกลับมานั้นปัจจุบันเหลือแก้ไขประมาณ 2-3 ประเด็น ซึ่งรฟท.กับเอกชนคู่สัญญาเตรียมดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกัน ซึ่งทั้งนี้จะต้องรอให้ครม.มีมติเห็นชอบหลักการฯดังกล่าวก่อน” นายอนันต์ กล่าว

สำหรับเงื่อนไขหลักการทบทวนของ 2 ประเด็น ดังนี้ 1.การชำระค่าสิทธิ ARL (Airport Rail Link) จากเดิม เอกชนคู่สัญญาต้องชำระค่าสิทธิ ARL จำนวน 10,671.09 ล้านบาท ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท. ) ภายใน 2 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุนฯ 

ขณะเดียวกันเอกชนคู่สัญญาต้องชำระค่าสิทธิ ARL จำนวน 10,671.09 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 1,060.04 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น11,731.13 ล้านบาท

โดยแบ่งชำระ ค่าสิทธิ ARL ออกเป็น 7 งวด ได้แก่ งวดที่ 1-6 งวดละ 1,067.11 ล้านบาท และงวดที่ 7 จำนวน 5,328.47 ล้านบาท ภายในวันที่ 24 ตุลาคม ของแต่ละปี
 

2.การปรับวิธีชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุน จากเดิมจ่ายเมื่อเอกชนเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงฯ โดยรัฐจะแบ่งจ่ายเป็นเวลา 10 ปี ปีละเท่าๆ กัน รวมเป็นจำนวน 149,650 ล้านบาท

เปลี่ยนเป็นจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท. ) ตรวจรับ วงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท หรือการสร้างไปจ่ายไป

อย่างไรก็ดีเอกชนต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิม รวมเป็นจำนวน 160,000 ล้านบาท (สำหรับค่างานโยธาและค่าระบบรถไฟฟ้า) เพื่อรับประกันว่าจะก่อสร้างและเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงฯ ได้ภายใน 5 ปี โดยกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของภาครัฐ (รฟท.) ทันทีตามงวดของการจ่ายเงิน