
'อีอีซี' มองต่าง แก้สัญญา 'ไฮสปีด 3 สนามบิน' ไม่ขัดกฎหมาย
'อีอีซี' เห็นต่าง แก้สัญญา 'ไฮสปีด 3 สนามบิน' ไม่ขัดกฎหมาย หลังปรับเงื่อนไขสร้างไปจ่ายไป ยันอัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว ปัดเอื้อประโยชน์ให้เอกชน
KEY
POINTS
- อีอีซียืนยันว่าการแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย และร่างสัญญาใหม่ได้ผ่านการพิจารณาจากอัยการสูงสุดแล้ว
- สาระสำคัญของการแก้ไขคือการปรับรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนจากรัฐเป็นแบบ "สร้างไปจ่ายไป" ตามความคืบหน้าของงาน แทนการจ่ายเงินก้อนเดียวหลังสร้างเสร็จ
- รูปแบบใหม่กำหนดให้เอกชนต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการทิ้งงาน และกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของรัฐตามงวดเงินที่จ่าย
- ขั้นตอนสุดท้ายขึ้นอยู่กับการรถไฟฯ ที่จะเสนอสัญญาใหม่ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งต้องรอนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เปิดเผยว่า สำหรับการแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ) หรือไฮสปีด 3 สนามบิน วงเงิน 2.24 แสนล้านบาท โดยมีคู่สัญญาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทเอเชีย เอราวัณ จำกัด (ซีพี) นั้น
ทั้งนี้ยืนยันว่าการแก้ไขสัญญาดังกล่าวไม่ได้ขัดต่อหลักกฎหมาย ขณะนี้ได้มีการเจรจาร่วมกับเอกชนในการปรับรูปแบบการสนับสนุนค่างานโยธาของรัฐบาล
อย่างไรก็ดีได้มีการปรับนั้นเป็นรูปแบบการสร้างไปจ่ายไป โดยรัฐจ่ายเงินสนับสนุนเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานที่ รฟท.ตรวจรับ
ขณะที่กรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของรัฐทันทีตามงวดการจ่ายเงิน จากเดิมกำหนดให้เอกชนลงทุนสร้างเสร็จและรัฐจ่ายเงินสนับสนุน
“การปรับแก้สัญญาร่วมทุนนั้น ไม่ได้มีเงื่อนไขข้อไหนขัดต่อหลักกฎหมาย เพราะตัวสัญญาที่ปรับแก้ได้ผ่านการพิจารณาจากอัยการสูงสุดแล้ว โดยเฉพาะประเด็นสร้างไปจ่ายไป ซึ่งไม่ได้เอื้อประโยชน์เอกชน เพราะมีการกำหนดให้เอกชนวางหลักประกันเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้กระทบในกรณีหากมีการทิ้งงาน” แหล่งข่าวจาก สกพอ.กล่าว
สำหรับสถานะของการพิจารณาร่างสัญญาฉบับใหม่ ปัจจุบันได้ผ่านการพิจารณาจากอัยการสูงสุด และได้ส่งตอบกลับให้ รฟท.พิจารณาข้อเสนอแนะแล้ว
ทั้งนี้ขั้นตอนต่อไปเป็นอำนาจของ รฟท. ที่จะเสนอสัญญาฉบับใหม่ให้ ครม.พิจารณาหรือไม่ หากเป็นไปตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้สัญญาเป็นสร้างไปจ่ายไป ก็คงต้องรอดูนโยบายออกมาเป็นทางการและดำเนินการตามที่รัฐบาลกำหนด






