
รายได้รัฐปีงบ 65 กลับมาบวกในรอบ 2 ปีเกินเป้า 7 หมื่นล้าน
คลังคาดรายได้รัฐปีงบ 65 เกินเป้า 7 หมื่นล้าน กลับมาเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 2 ปี หลังโควิดคลี่คลาย ส่งผลนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยขยายตัวต่อเนื่องหนุน เศรษฐกิจฟื้น คาดทั้งปีโต 3.5% ตามเป้าหมาย
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังคาดว่า ในปีงบประมาณ 2565 จะสามารถจัดเก็บรายได้ ได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2.4 ล้านล้านบาทประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มขึ้น โดยช่วง 10 เดือนของปีงบ 65 กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ 1.67 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีก่อนถึง 2.1 แสนล้านบาท
นอกจากนั้นยังมีเรื่องการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่า ทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยไม่ตํ่ากว่า 10 ล้านคน และเศรษฐกิจไทยทั้งปี จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3.5% ขณะที่การจัดเก็บรายได้กรมสรรพสามิตที่ยังติดลบ เนื่องจากได้ดำเนินมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซล 3 ครั้ง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สูญรายได้ไปประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท
สำหรับรายได้ที่คาดว่า จะเกินเป้าหมาย 7 หมื่นล้านบาทนั้นถือ เป็นการเกินเป้าหมายครั้งแรกหลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งในปีงบ 63 รัฐจัดเก็บรายได้ต่ำเป้า 3.36 แสนล้านบาทหรือต่ำกว่าเป้าหมาย 12.3% และปีงบ 64 จัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 3.07 แสนล้าน บาทหรือต่ำกว่าเป้าหมาย 11.5% และยังเป็นการจัดเก็บรายได้เกินเป้าที่สูงกว่าช่วงเกิดโควิดในปีงบ 62 ที่จัดเก็บเกินเป้าที่ 6.94 พันล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมายเพียง 3%
“รายได้ปีงบ65 แม้เกินเป้าลดลงเหลือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากมาตรการลดภาษีสรรสามิตน้ำมันดีเซล 3 ครั้งที่ทำให้รายได้หายไป 6.8 หมื่นล้าน แต่ก็ถือว่า รายได้กลับมาเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 2 ปีในช่วงที่เกิดโควิด-19และยังสูงกว่าช่วงที่เกิดโควิด ซึ่งขณะนั้นรายได้จะสูงกว่าเป้าหมายไม่มาก”นายกฤษดา กล่าว
ขณะที่การต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 นั้น จะทำให้สูญรายได้ไปอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในส่วนของการดำเนินมาตรการรอบนี้จะถูกนำไปรวมอยู่ในงบประมาณปี 66
อย่างไรก็ตามสำหรับเป้าหมายรายได้ของปีงบฯ 66 อยู่ที่ 2.49 ล้านล้านบาทนั้น กระทรวงการคลัง จะเร่งให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง 3 เดือนแรก โดยเฉพาะงบลงทุนเพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1/66 มากที่สุด จากในอดีตที่การเบิกจ่ายมักจะกระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ












