
จี้รัฐเคาะ ‘สินภูฮ่อม’ ก่อนปี 2570 หวั่นก๊าซสะดุดฉุดไฟฟ้า-ลงทุนอีสาน
หอการค้าขอนแก่นเตือนไฟฟ้าไม่แน่นอนเสี่ยงฉุดลงทุนโรงงาน จี้รัฐเร่งสรุปแผนแหล่งก๊าซสินภูฮ่อมภายในปี 2570 หวั่นกระทบความมั่นคงพลังงานอีสาน
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนขอนแก่น เรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมภายในปี 2570
- ความล่าช้าอาจกระทบต่อการผลิตก๊าซซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้าน้ำพอง และส่งผลต่อความมั่นคงทางไฟฟ้าของภาคอีสาน
- ความไม่แน่นอนด้านพลังงานกระทบต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจลงทุนในพื้นที่ ซึ่งอาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
นายจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ภาครัฐควรสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมภายในปี 2570 เนื่องจากการลงทุนและพัฒนาแหล่งต้องใช้เวลา หากล่าช้ากว่านั้นอาจดำเนินงานที่จำเป็นไม่ทัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการผลิตในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจในพื้นที่ให้ความสำคัญ
สำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมเป็นแหล่งเชื้อเพลิงภายในประเทศที่ส่งก๊าซให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อผลิตไฟฟ้าเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือความต่อเนื่องของการผลิตก๊าซจึงมีความสำคัญต่อการจัดหาเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้า และการรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ทั้งนี้ จากการเข้าร่วมประชุมและรับฟังข้อมูลจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แหล่งสินภูฮ่อมยังมีทรัพยากรก๊าซที่สามารถพัฒนาต่อได้ จึงต้องการให้รัฐหาข้อสรุปล่วงหน้า เพื่อให้สามารถนำทรัพยากรภายในประเทศมาใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบทบาทการเป็นแหล่งเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้ารองรับเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จี้รัฐเคาะอนาคตสินภูฮ่อมในปี 70
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแหล่งก๊าซต้องมีการเตรียมงานและลงทุนเพิ่มเติม รวมถึงการเจาะหลุมเพื่อรักษาความสามารถในการผลิตตามสภาพของแหล่ง จึงไม่ควรรอให้ใกล้สิ้นสุดอายุสัมปทานแล้วจึงเริ่มตัดสินใจ เพราะอาจเหลือเวลาไม่เพียงพอสำหรับดำเนินงานที่จำเป็น ดังนั้น ภายในปี พ.ศ. 2570 รัฐควรตัดสินใจแนวทางให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเดินหน้าเตรียมงานได้ทัน โดยภาคธุรกิจไม่ต้องการให้เกิดปัญหาขาดความต่อเนื่องทั้งที่ยังมีทรัพยากรอยู่ในพื้นที่
หอการค้าเปิดกว้างต่อแนวทางที่ภาครัฐจะเลือก ไม่ได้จำกัดว่าต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายเดิมหรือรายใหม่ แต่ให้ความสำคัญกับเงื่อนไขที่ชัดเจนและการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง หากมีการเปลี่ยนผู้ดำเนินการ ก็ต้องบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านให้เหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาแหล่งเดินหน้าต่อได้
หอการค้าจังหวัดขอนแก่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และสมาคมธนาคารไทยในจังหวัด มีการหารือร่วมกันและมีข้อเสนอต่อภาครัฐแล้ว โดยมองว่าความมั่นคงด้านพลังงานเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจอีสานในภาพรวม จึงต้องประสานความร่วมมือทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อผลักดันให้เกิดแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน
“ในมุมของนักลงทุน ความมั่นคงด้านไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกพื้นที่ตั้งโรงงานหรือดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่ต้องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ หากมีความไม่แน่นอนจนเสี่ยงกระทบการผลิต ย่อมมีผลต่อการเปรียบเทียบความเหมาะสมกับพื้นที่อื่น การดูแลแหล่งพลังงานจึงเชื่อมโยงกับความสามารถของอีสานในการรักษาการลงทุนเดิมและดึงดูดธุรกิจใหม่
Data Center ดันโจทย์พลังงานอีสาน
ขณะเดียวกัน การเข้ามาของศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ทำให้ต้องประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำควบคู่กัน ทั้งปริมาณที่แต่ละโครงการต้องการและขีดความสามารถของระบบในพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมลงทุนสอดคล้องกับทรัพยากรที่รองรับได้ รวมถึงพิจารณาประโยชน์ที่จะเกิดกับเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น”
สำหรับการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว นั้น มองว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องพิจารณาทั้งแหล่งผลิต ระบบส่ง และระยะเวลาที่สามารถจ่ายไฟเข้ามาได้ จึงเห็นว่าควรใช้ทรัพยากรภายในประเทศที่ยังมีศักยภาพให้เกิดประโยชน์ ควบคู่กับการจัดหาพลังงานจากแหล่งอื่น เพื่อกระจายทางเลือกในการรองรับความต้องการของพื้นที่
นอกจากการจัดหาพลังงานแล้ว ภาครัฐควรช่วยผู้ประกอบการบริหารต้นทุน ผ่านการสนับสนุนโซลาร์เซลล์และเครื่องจักรประหยัดพลังงาน เนื่องจากธุรกิจบางส่วนต้องการลงทุน แต่ยังติดข้อจำกัดด้านเงินทุนและเงื่อนไขของโครงการ หากลดภาระลงทุนเริ่มต้นและทำให้คืนทุนได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในพื้นที่







