thansettakij
thansettakij
ดีป้าเปิด 3 คอขวดธุรกิจดิจิทัลไทย Trust-ทุน-คน ต้องปลดล็อกก่อนรับคลื่น Data Center

DEPA เปิด 3 คอขวดธุรกิจดิจิทัลไทย Trust-ทุน-คน ต้องปลดล็อกก่อนรับคลื่น Data Center

20 ต.ค. 69 | 07:25 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ต.ค. 69 | 07:27 น.

ดีป้าชี้ Data Center ต้องสร้างมูลค่าให้ไทย ดันซอฟต์แวร์-คนไทยต่อยอดเศรษฐกิจ AI พร้อมเปิด 3 คอขวดธุรกิจดิจิทัลไทย Trust-ทุน-คน ต้องปลดล็อกก่อนรับคลื่นลงทุน

KEY

POINTS

  • ดีป้าชี้ปัญหาคอขวดแรกคือการขาดความเชื่อมั่น (Trust) ในซอฟต์แวร์และผู้ประกอบการไทย จึงต้องเร่งผลักดันมาตรฐานสากลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • อุปสรรคด้านเงินทุน (Initial Investment) ที่มีต้นทุนสูง ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาสนับสนุนในรูปแบบ Co-funding และให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ
  • การขาดแคลนกำลังคน (Workforce) ที่มีทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับ (Upskill/Reskill) เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่และสายอาชีพใน Data Center

ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (DEPA) เปิดเผยในเวที Nation Forum 2027 หัวข้อ DATA CENTER จัดโดย Nation Group ว่า กระแสการลงทุนจัดตั้ง Data Center ในประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถูกตั้งคำถามจากสังคมว่า โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นี้จะเป็นความมหัศจรรย์ (Miracle) ของเศรษฐกิจไทย หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงอาคารขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บ Server โดยสิ้นเปลืองน้ำและพลังงานไฟฟ้า จนส่งผลกระทบต่อภาระค่าไฟฟ้าของคนไทย 

ทั้งนี้ Data Center เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐาน หรือถนนที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่หัวใจสำคัญที่สุดคือการตั้งคำถามว่า ประเทศไทยจะนำรถแบบไหนมาวิ่งบนถนนเส้นนี้ และจะนำ Data Center ไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้าง Digital Economy ได้อย่างไร

หากประเทศไทยทำหน้าที่เพียงแค่ให้ต่างชาตินำข้อมูลมาจัดเก็บไว้ โดยคนไทยไม่ได้เข้าถึงหรือใช้ประโยชน์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Add Value) การมี Data Center ก็จะไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร แต่ในทางกลับกัน หากนำมาใช้อย่างชาญฉลาด จะเป็นฐานรองรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงและต้องการค่าความหน่วงต่ำ (Low Latency) เช่น อุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecom) ,ภาคการเงิน (Finance) ,ระบบยานยนต์อัจฉริยะ (Smart Vehicles) รวมถึงอุตสาหกรรมเกม ที่มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 3,000 - 4,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมให้กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้ข้อมูลจาก Data Center เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจได้จริง

แม้การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ในปัจจุบันจะไม่มีปัญหาอุปสรรค แต่จากการสำรวจความพร้อมขององค์กรธุรกิจ (Enterprise) ในประเทศไทย กลับพบสัญญาณเตือนว่า ความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียง 50% เท่านั้น

ดีป้าเปิด 3 คอขวดธุรกิจดิจิทัลไทย Trust-ทุน-คน ต้องปลดล็อกก่อนรับคลื่น Data Center

 

ปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องคุณภาพของข้อมูล (Data Quality) ที่จะนำมาใช้ต่อยอด และปัญหาระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ยังขาดความเชื่อมโยงอย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งดีป้ากำลังเร่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สัญชาติไทย กับผู้รับบริการที่เป็นภาค SMEs เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

3 คอขวดปลดล็อกธุรกิจ

อย่างไรก็ดี เพื่อผลักดันให้ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทย สามารถเติบโตควบคู่ไปกับคลื่น Data Center ได้ ดีป้า ได้วางแนวทางแก้ไขอุปสรรคสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

 

  • การสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่มักเลือกใช้ซอฟต์แวร์จากต่างประเทศเนื่องจากความไว้วางใจ ดีป้าจึงเข้าไปยกระดับและผลักดันมาตรฐานระดับสากล เช่น มาตรฐาน ISO ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการดิจิทัลและ SMEs ไทยได้รับความไว้วางใจและเกิดการปรับตัว (Digital Transformation)
  • การสนับสนุนเงินทุนเริ่มต้น (Initial Investment) เนื่องจากเทคโนโลยีมีต้นทุนการลงทุนที่สูง ภาครัฐจึงจำเป็นต้องยื่นมือเข้าช่วยสนับสนุนในลักษณะ Co-funding หรือการอุดหนุนครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) รวมถึงผนึกกำลังกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) ในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
  • การพัฒนาและยกระดับกำลังคน (Workforce Upskill/Reskill) แรงงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่ทำงานมานานนับสิบปี เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจะเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบอาชีพ ภาครัฐจึงเร่งส่งเสริมการ Upskill/Reskill ด้านซอฟต์แวร์และดิจิทัล โดยมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นแรงจูงใจให้แก่ภาคเอกชนที่นำบุคลากรเข้ารับการอบรม

ดันซอฟต์แวร์ไทยบุก CLMV 

ดร.ปรีสาร กล่าวอีกว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมดิจิทัลและซอฟต์แวร์ในปัจจุบันเป็นแบบไร้พรมแดน และมีการอุดหนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีในทุก sector ทั่วโลก ซึ่งตลาดในประเทศไทยที่มีประชากรประมาณ 70 ล้านคนนั้น ไม่เพียงพอสำหรับการเติบโตในอนาคต

ภาครัฐจึงต้องสร้าง มาตรการจูงใจ (Incentive) เพื่อให้ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยสามารถขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศ โดยเริ่มต้นจากกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ,ลาว ,เมียนมา ,เวียดนาม) โดยใช้ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และความกังวลเรื่องอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) เช่น ความกังวลว่าข้อมูลจะไหลไปสู่ประเทศคู่แข่งหรือประเทศที่มีข้อขัดแย้ง ภาครัฐจำเป็นต้องกำหนดกฎระเบียบ (Regulations & Rules) ที่มีความชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจ

ผนึก Uptime Institute ดันแรงงานไทย

ในด้านการเตรียมความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์นั้น ยอมรับว่า บุคลากรไทยในปัจจุบันยังไม่มีความพร้อมเต็มที่ สำหรับสายอาชีพใหม่ใน Data Center ดีป้าจึงได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถาบันมาตรฐานระดับโลกอย่าง Uptime Institute เพื่อกำหนดเส้นทางอาชีพ (Career Path) และมาตรฐานวิชาชีพ (Certify Body) เช่น ตำแหน่ง Engineering Manager

แนวทางการพัฒนาแรงงานไทย ประกอบด้วย

  • สร้างความเชี่ยวชาญให้ระดับ ปวช. - ปวส. - ปริญญาตรี แม้ผู้จบการศึกษาระดับ ปวช., ปวส. และปริญญาตรี จะมีองค์ความรู้พื้นฐานอยู่แล้ว แต่ต้องนำมาเข้ากระบวนการ Upskill เพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับใบรับรองมาตรฐานสากล (Global Certification) ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
  • ภาษาอังกฤษคือทักษะวิกฤต (Critical Skill) อุปสรรคสำคัญที่สุดของแรงงานไทยในปัจจุบันคือทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งหากขาดทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษจะไม่สามารถทำงานในระดับสากลได้
  • เป้าหมายการส่งออกบุคลากรทักษะสูง (Talent Export) ดีป้าวางเป้าหมายยกระดับคนไทยให้ไม่เพียงแต่ทำงานตอบสนองตลาดในประเทศเท่านั้น แต่สามารถออกไปให้บริการ (Service) และทำงานใน Data Center ได้ทั่วโลก เช่นเดียวกับการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy) และ Content ของไทย

"หัวใจสำคัญของการพัฒนา Data Center ไม่ใช่แค่การสร้างตึกแล้วให้ต่างชาตินำข้อมูลมาใส่ไว้ แต่คือการทำให้คนไทย ซอฟต์แวร์ไทย และแรงงานไทย สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานนี้ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม และเติบโตไปในระดับสากลได้อย่างแท้จริง"