
เปิดทางรอดอุตฯไทย ส.อ.ท.ชี้เปลี่ยนผ่านพลังงานต้องสะอาด-มั่นคง-ต้นทุนแข่งขันได้
ส.อ.ท.ชี้พลังงานต้องลดต้นทุน พร้อมเปิดทางรอดอุตสาหกรรมไทย ชี้ Energy Transition ต้องสะอาด-มั่นคง-ต้นทุนแข่งขันได้ เร่งลงทุนเทคโนโลยี พัฒนาคนรักษาฐานผลิต
KEY
POINTS
- ส.อ.ท. ชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องสร้างสมดุล 3 ด้าน คือ เป็นพลังงานสะอาด มีความมั่นคง และมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ เพื่อรักษาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย
- เสนอ 3 แนวทางหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน, การเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดจากศักยภาพในประเทศเพื่อลดการนำเข้า, และการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่
- เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การมีพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น แต่ต้องช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ
นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า พลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และมีผลโดยตรงต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยจึงไม่ควรมองเฉพาะมิติของการลดคาร์บอนหรือเพิ่มพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการอย่างสมดุลระหว่าง ความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ต้นทุนพลังงานที่เหมาะสม (Affordability) ความยั่งยืน (Sustainability)
และที่สำคัญที่สุดคือยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของประเทศ และของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่สถาบันพลังงานฯ ผลักดันภายใต้กรอบ Thailand Pragmatic Energy Transition
สิ่งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องตามมาด้วยการลงทุน แต่ต้องพิจารณาว่าการลงทุนเหล่านั้นจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศได้คุ้มค่าอย่างไรในบริบทของประเทศไทย ส.อ.ท. เห็นว่า การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานควรให้ความสำคัญกับ 3 แนวทางหลัก ประกอบด้วย
- ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ลดต้นทุน รักษาขีดความสามารถการแข่งขัน โดยการอนุรักษ์พลังงานถือเป็น Low Hanging Fruit ที่สามารถลดต้นทุนพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่มาตรการที่ไม่ต้องลงทุน จนถึงลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง แต่สิ่งสำคัญที่การอนุรักษ์พลังงานมักถูกมองข้ามคือเรื่องขาดความต่อเนื่องโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมขนาด SMEs ซึ่งมีทรัพยากรจำกัดทำให้ปรับตัวได้ช้า และต้องการการสนับสนุนส่งเสริมจากภาคส่วนต่างๆ ดังนั้น ส.อ.ท. จึงเสนอให้มีการเร่งสร้างกลไกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และแหล่งเงินทุน เช่น กลไก ESCO, การบริหารจัดการพลังงานแบบ Lean Energy, Energy Service Platform และแหล่งเงินทุนสนับสนุนด้านอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่สถาบันฯ อยู่ระหว่างผลักดัน
- เปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิล สู่พลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ ซึ่งแนวโน้มสัดส่วนพลังงานสะอาดในอนาคตกำลังเพิ่มสูงขึ้น ประเทศควรใช้ประโยชน์จาก ศักยภาพพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และสร้างประโยชน์ต่อเนื่องทั้งภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม โดยสถาบันฯ ได้เสนอแนวทาง เช่น การผลักดัน Biomass เป็น Renewable Firm Energy การส่งเสริม Ethanol (E20), Biodiesel (B7, B20) และ SAF เป็น Strategic Fuel นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้รับการตอบสนองข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาครัฐในเรื่อง การขยาย Direct PPA ไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจาก Data Center ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ประกาศเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นส่วนช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์กติกาโลกด้านสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามการจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปด้วยโดยให้ความสำคัญกับแผนการลงทุนเพื่อพัฒนา Smart Grid และ BESS รองรับพลังงานสะอาดที่เพิ่มสูงขึ้น
- พัฒนาทักษะแรงงานรองรับเทคโนโลยี และนวัตกรรมพลังงานการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินการพัฒนาด้านบุคลากรควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี ประเทศไทยควรเร่ง Upskill และ Reskill บุคลากร เพื่อรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ อาทิเช่น Small Modular Reactor (SMR) ที่ยังถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศ ที่จำเป็นต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยี
ส.อ.ท. เห็นว่าช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แผนพลังงาน การลงทุน การพัฒนาอุตสาหกรรมให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน โดยภาครัฐและเอกชนกำลังร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรที่มี นำมาใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่ตอบโจทย์ต่อเศรษฐกิจ และประเทศได้สูงสุด
เป้าหมายของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ควรจบเพียงแค่ประเทศไทยมีพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง ลดการพึ่งพาการนำเข้า ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่แข่งขันได้ และเกิดการลงทุน เทคโนโลยี บุคลากร ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาระดับฐานการผลิตของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว







