
เปิดร่าง PDP 2026 ดันไฟฟ้าสะอาด 65% จับตาโซลาร์รูฟท็อปทะลุ 16,000 เมกฯ
สนพ.เปิดแผน PDP 2026 ไฟสะอาด 65% ทุ่ม Smart Grid รับ Solar Rooftop 1.6 หมื่นเมกะวัตต์ จับตา Peak ไฟฟ้าย้ายกลางคืน เดินหน้าเร่งแบตเตอรี่-โรงไฟฟ้าเสมือนรับเกมใหม่
KEY
POINTS
- ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (PDP 2026) ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบให้ไม่ต่ำกว่า 65% เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
- คาดการณ์ว่าการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปจะเติบโตสูงจนมีไฟฟ้าไหลกลับเข้าระบบมากกว่า 16,000 เมกะวัตต์
- เตรียมลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) เพื่อรองรับและบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัว
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยในงาน New Horizon Chapter 2: Smart Grid ภายใต้หัวข้อ พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต Energy Transition: Smart Grid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ว่า แผน PDP ฉบับใหม่ (PDP 2026) มีความซับซ้อน (Complex) กว่าในอดีตอย่างมาก เนื่องจากอดีตเน้นเพียงความมั่นคงและราคา แต่ฉบับใหม่นี้มีโจทย์สำคัญคือการนำภาคไฟฟ้ามาช่วยประเทศลดก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero โดยทาง สนพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนนี้ในวันที่ 8 กันยายน ผ่านทาง Facebook Live
โดยแผน PDP2026 ดังกล่าวกำหนดให้มีพลังงานสะอาดเป็นพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 65% ของระบบ แบ่งเป็น กลุ่ม Must-Take: พลังงานชีวมวล (Biomass) ไบโอแก๊ส และขยะ ซึ่งเน้นการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ทั้งหมด และกลุ่มพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน (VRE): พลังงานโซลาร์และพลังงานลม
คงสัดส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอย่างน้อย 11%
อย่างไรก็ดี ต้องเรียนว่าในแผนยังคงสัดส่วนของโรงไฟฟ้าก๊าซรรมชาติไว้อย่างน้อยประมาณ 11% เพื่อรักษาความเสถียร และจะมีการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Storage - CCS) เข้ามาใช้ร่วมกับโรงไฟฟ้าแก๊สธรรมชาติเพื่อลดการปล่อย CO2 ลงดินแทนการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ จะมีการลงทุนโครงข่ายอัจฉริยะ (Grid Modernization) และโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) เพื่อยกระดับสู่ระบบไฟฟ้าหลายทิศทาง (Multi-Way) จากเดิมที่เป็นระบบส่งจ่ายทางเดียว (One-Way) จะต้องปรับปรุงสายส่งของ กฟผ. ขนาด 500 KV และ 230 KV เพื่อรองรับระบบพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources - DER)
ส่วนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop)นั้น มีการคาดการณ์ในแผนว่าจะมีไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ไหลกลับเข้าระบบสูงถึงกว่า 16,000 เมกะวัตต์ ซึ่งระบบโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการการไหลของไฟฟ้านี้
ดันแนวคิดพลังงานกระจายตัว
อย่างไรก็ตาม แผน PDP ฉบับใหม่ได้บรรจุแนวคิดการรวบรวมพลังงานกระจายตัว (DER) เช่น โซลาร์บวกแบตเตอรี่, การตอบสนองด้านโหลด (Demand Response), และการดึงไฟจาก EV กลับเข้าระบบในช่วงที่ไม่ได้ชาร์จ มารวมกันเป็นโรงไฟฟ้าเสมือน Virtual Power Plant (VPP) ขนาดเกือบ 14,000 เมกะวัตต์ ทำให้ประเทศสามารถบริหารพลังงานได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
นายวัฒนพงษ์ กล่าวต่อไปอีกว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเรื่องค่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ตอนกลางคืน เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตได้เฉพาะกลางวัน ทำให้ค่า Peak ย้ายไปอยู่ช่วงกลางคืนทั้งหมด ส่งผลให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ,การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต้องเตรียมแผนลงทุนระบบแบตเตอรี่ระดับ Grid-Scale ระบบโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Hydro) และโครงข่ายอัจฉริยะเพื่อรองรับพีคช่วงกลางคืน
สำหรับข้อเสนอแนะด้านราคาค่าไฟสีเขียว (Green Tariff) นั้น ตัวแทนภาคเอกชนเสนอให้ Regulator ร่วมกันคำนวณอัตราค่าไฟสีเขียวและค่าบริการสายส่ง (Wheeling Charge) ให้มีราคาที่สามารถแข่งขันได้ (Competitive) เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจูงใจกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)
ในแผน PDP 2026 ได้คำนวณปริมาณไฟฟ้าสูงสุดเพื่อรองรับความต้องการของ Data Center ที่จะซื้อไฟจากรัฐไว้ที่ประมาณ 8,000 เมกะวัตต์ เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ โดยผู้ประกอบการจะมีทางเลือกทั้งการซื้อไฟฟ้าที่มั่นคง (Firm) จากระบบ หรือการซื้อไฟฟ้าสีเขียวผ่าน Direct PPA







