thansettakij
thansettakij
เปิดแผน ‘PDP2026’ พลิกโฉมไฟฟ้าไทย รับยุคผลิตไฟใช้เอง ดันพลังงานสะอาดสู่ Net Zero

เปิดแผน ‘PDP2026’ พลิกโฉมไฟฟ้าไทย รับยุคผลิตไฟใช้เอง ดันพลังงานสะอาดสู่ Net Zero

10 ส.ค. 69 | 04:52 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 04:53 น.

สนพ.เร่งทำ PDP2026 รับไฟฟ้ายุคใหม่ จับตาผลิตใช้เองเขย่าแผนกำลังผลิตประเทศ ดันพลังงานสะอาดสู่ Net Zero ชี้ต้องเพิ่มความยืดหยุ่นระบบ

KEY

POINTS

  • แผน PDP2026 จัดทำขึ้นเพื่อปรับระบบไฟฟ้าของประเทศให้รองรับพฤติกรรมของผู้ใช้ที่หันมาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เองมากขึ้น
  • มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และสนับสนุนให้ไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2050
  • แผนดังกล่าวต้องคำนึงถึงการรักษาสมดุลและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าหลัก ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของการผลิตไฟฟ้าใช้เองและพลังงานหมุนเวียนที่ไม่สม่ำเสมอ

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ระบบไฟฟ้าไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้า จากเดิมที่พึ่งพาไฟฟ้าจากระบบส่วนกลาง ไปสู่การที่หน่วยงาน ภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เองได้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้า การวางแผนกำลังผลิต ระบบสายส่ง และระดับกำลังผลิตสำรองที่เหมาะสม 

เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

โดยการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ (PDP2026) จะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพลังงานไทยให้มีความมั่นคง มีต้นทุนที่เหมาะสม และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

เปิดแผน ‘PDP2026’ พลิกโฉมไฟฟ้าไทย รับยุคผลิตไฟใช้เอง ดันพลังงานสะอาดสู่ Net Zero

 

“การจัดทำ PDP2026 ต้องพิจารณาว่ารูปแบบการผลิตและใช้ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อผู้ใช้ไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ความต้องการไฟฟ้าจากระบบในแต่ละช่วงเวลามีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงความมั่นคงและพร้อมรองรับในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถผลิตได้” 

สำหรับโครงการ Solar Floating ณ อ่างเก็บน้ำหนองไก่เตี้ย เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำลังผลิตติดตั้ง 5.03 เมกะวัตต์ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจ่ายเข้าสู่ระบบไฟฟ้าเดิมของฐานทัพเรือสัตหีบ และบริหารกำลังผลิตไม่ให้เกินความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในพื้นที่ 

เริ่มจ่ายไฟฟ้าไตรมาสแรกปี 70

ซึ่งจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าในไตรมาสแรกของปี 2570 คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 6.35 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 82,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตลอดอายุโครงการ

เปิดแผน ‘PDP2026’ พลิกโฉมไฟฟ้าไทย รับยุคผลิตไฟใช้เอง ดันพลังงานสะอาดสู่ Net Zero

 

แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะไม่ได้อยู่ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงพลังงาน แต่ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เนื่องจากสะท้อนแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าใช้เองและการบริหารพลังงานภายในพื้นที่เฉพาะ ซึ่งช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองกับระบบไฟฟ้าหลัก ตลอดจนเห็นความจำเป็นในการเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต