
เช็กเลย น้ำมันโลกลงแรง ทำไมราคาหน้าปั๊มไทยยังนิ่ง เปิดไส้ในโครงสร้างราคาล่าสุด
น้ำมันโลกดิ่ง แต่ไทยยังไม่ลดราคา เปิดโครงสร้างต้นทุน-กองทุนน้ำมันติดลบ 6.5 หมื่นล้านบาท ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ให้แล้ว เช็กเลยที่นี่
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงแรงกว่า 4% หลังจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านคลี่คลายลง
- ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยยังคงที่ ไม่ปรับลดลงตามตลาดโลก
- สาเหตุหลักที่ราคาไม่ลดลง เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงติดลบสูงถึง 6.5 หมื่นล้านบาท จึงต้องใช้ช่วงเวลานี้ในการเก็บเงินเข้ากองทุนหรือลดการชดเชยเพื่อพยุงสถานะ
- โครงสร้างราคาน้ำมันของไทยประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น ภาษีสรรพสามิต และเงินสมทบ/ชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่สะท้อนราคาตลาดโลกโดยตรงในทันที
ราคาน้ำมันตลาดโลกร่วงแรง โดยมีสาเหตุมาจากการที่การโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 4.5% แตะระดับ 80.89 เหรียญ/บาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 4.4% แตะระดับ 84.10 เหรียญ/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มในประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 69 เป็นต้นมา แม้ว่าก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีการปรับลดลงติดต่อกันหลายวัน
ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปตรวจสอบสถานการณ์โครงสร้างต้นทุนน้ำมันภายในประเทศล่าสุดว่าเป็นอย่างไร และสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เห็นภาพสะท้อนราคาน้ำมันในประเทศ
สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 26 ก.ค. 69 จากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นั้น พบว่า ติดลบ 65,755 ล้านบาท แบ่งเป็น
- น้ำมัน -26,366 ล้านบาท
- LPG -39,389 ล้านบาท
โครงสร้างราคาน้ำมันไทย
ส่วนโครงสร้างราคาน้ำมันล่าสุดวันที่ 3 ส.ค. 69 ผ่านเว็บไซด์ สนพ. พบว่า
เบนซิน 95
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 25.7608 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 7.5000 บาทต่อลิตร
- เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 5.0300 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 39.0908 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.6007 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 25.5917 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.7500 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 2.1300 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 30.9367 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.3530 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 25.1734 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.7500 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 2.1300 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 30.5184 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.4255 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซฮอล์ E20
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 25.1609 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.0000 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 5.7900 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 26.0209 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.5959 บาทต่อลิตร
เบนซิน แก๊สโซออล์ E85
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 25.0912 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 1.1250 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 4.1600 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 22.2187 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 3.6037 บาทต่อลิตร
ดีเซล
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 34.5098 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 6.9200 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 7.4500 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 32.3218 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 1.9679 บาทต่อลิตร
ดีเซล B20
- ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 35.4046 บาทต่อลิตร
- ภาษีสรรพสามิต 5.9530 บาทต่อลิตร
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชย 11.9000 บาทต่อลิตร
- ราคาขายส่ง 27.7029 บาทต่อลิตร
- ค่าการตลาด 1.9139 บาทต่อลิตร
ด้านราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นปัจจุบันเป็นดังนี้
กลุ่มน้ำมันเบนซิน
- เบนซิน ลิตรละ 45.68 บาท
- ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 50.99 บาท (โออาร์)
- เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 27.63 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.69 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.32 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 31.69 บาท
กลุ่มน้ำมันดีเซล
- ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
- ดีเซล ลิตรละ 36.69 บาท (โออาร์)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (โออาร์)
- ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S ลิตรละ 36.69 บาท (บางจาก)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (บางจาก)







