
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 139 จุด Nasdaq พุ่ง 336 จุด หุ้นชิป-AI หนุน
ดาวโจนส์ปิดตลาด 52,487 จุด หุ้นชิปพุ่ง กลบความกังวลตะวันออกกลาง Nasdaq พุ่ง 336 จุด ทะยาย 336 จุด หุ้นชิป-AI หนุน เศรษฐกิจวสหรัฐแข็งแกร่ง
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 139.02 จุด และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 336.24 จุด
- ปัจจัยหนุนตลาดที่สำคัญมาจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิปและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- หุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ Micron Technology และ Meta Platforms จากข่าวแผนการลงทุนและแผนการผลิตชิป AI ของตนเอง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.)
ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งหุ้นกลุ่มผลิตชิป นำโดยหุ้น Micron Technology
ซึ่งช่วยบดบังปัจจัยลบจากความวิตกกังวลที่ว่าการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและส่งผลให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,487.41 จุด เพิ่มขึ้น 139.02 จุด หรือ +0.27%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,543.64 จุด เพิ่มขึ้น 60.93 จุด หรือ +0.81%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,206.89 จุด เพิ่มขึ้น 336.24 จุด หรือ +1.30%
ทั้งนี้ หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.65% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 1.46% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มพลังงานทำผลงานย่ำแย่ที่สุด โดยร่วงลง 1.75% และ 1.58%
หุ้นบริษัทผลิตชิปดีดตัวขึ้นและเป็นปัจจัยหนุนตลาด โดยหุ้น Micron Technology พุ่งขึ้น 4.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยแผนการลงทุนกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ไปจนถึงปี 2578 โดยบริษัทคาดหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการเติบโตของอุปสงค์ชิปหน่วยความจำที่ใช้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เอไอ (AI)
หุ้น Meta Platforms พุ่งขึ้น 4.7% หลังจากสื่อรายงานว่า บริษัทมีแผนที่จะเริ่มผลิตชิป AI ของตนเองในเดือนก.ย.ปีนี้
ส่วนหุ้นบริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ นั้น หุ้น Applied Materials พุ่งขึ้น 3.2% และหุ้น Sandisk ทะยานขึ้น 7.6% ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 3.06% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่สอง
รามอน ลากวาร์ตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทกล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาสนี้ได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของยอดขายในหมวดอาหารและเครื่องดื่มในสหรัฐฯ
หุ้น Costco Wholesale ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกของสหรัฐฯ ดิ่งลง 4.2% หลังบริษัทเปิดเผยตัวเลขยอดขายลดลงในเดือนมิ.ย.
นักลงทุนจับตาผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P500 จะเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยบริษัทเทคโนโลยีจะเป็นกลุ่มที่ทำกำไรเพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 220,000 ราย
ด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสอง ลดลง 2.4% สู่ระดับ 4.09 ล้านยูนิตในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.21 ล้านยูนิต โดยได้รับผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการจำนอง







