
'ปลัดพลังงาน' หนุนใช้ B20-E20 ถูกกว่า 7 บาท ทางรอดน้ำมันแพง-ช่วยเกษตรกร
ราคาน้ำมันโลกพุ่ง ปลัดพลังงานเปิดกลยุทธ์สู้สถานการณ์ผันผวน ดัน B20 และ E20 เป็นทางออกหลัก ชูส่วนต่างราคาสูงถึง 7 บาท หวังลดภาระประชาชนและพยุงเศรษฐกิจฐานราก ยันสต็อกไทยปึกสำรองล้น 100 วัน
KEY
POINTS
- ปลัดกระทรวงพลังงานชู B20 และ E20 เป็นพลังงานทางเลือกเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง
- ภาครัฐใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนราคา ทำให้ B20 และ E20 ถูกกว่าน้ำมันพื้นฐานประมาณ 7 บาทต่อลิตร
- นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงาน
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมแสดงทัศนะในเวทีเสวนา "The Big issue new solutions ทางออกวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน" จัดโดยฐานเศรษฐกิจ โดยได้ชี้แจงถึงสถานการณ์พลังงานและกลยุทธ์การบริหารจัดการราคาในภาวะตลาดโลกผันผวน โดยเน้นย้ำถึง "พลังงานทางเลือก" เป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาค่าครองชีพควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน
ชู B20-E20 ทางเลือกสู้ราคาตลาดโลก
ดร.ประเสริฐ ระบุว่าในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดและสถานการณ์ระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันพื้นฐานในประเทศ ทางออกที่ภาครัฐพยายามผลักดันคือการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสร้างส่วนต่างราคาให้กลุ่มน้ำมันไบโอฟูเอล (Biofuel) มีราคาที่จูงใจให้ประชาชนหันมาใช้งานมากขึ้น
โดยปลัดกระทรวงพลังงานได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ประมาณ 41 บาท แต่รัฐบาลได้ใช้นโยบายอุดหนุนจนทำให้ B20 มีราคาลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 34 บาท ซึ่งมีส่วนต่างจากน้ำมันปกติถึง 7 บาท เช่นเดียวกับน้ำมัน E20 ที่มีราคาอยู่ในระดับ 34-35 บาท เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำมันในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป
"อย่างถ้ามาเติมไบโอ B20 E20 กองทุนช่วยจนทำให้ราคาห่างถึง 7 บาท จะได้ใช้น้ำมันที่ราคาไม่แพงนะครับ ก็ไบโอ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง" ดร.ประเสริฐ กล่าว และเสริมว่านโยบายนี้ยังส่งผลดีโดยตรงต่อเกษตรกรไทยและช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
บริหารจัดการกองทุนน้ำมันในภาวะวิกฤต
อย่างไรก็ตาม การรักษาเสถียรภาพราคาดังกล่าวนับเป็นภาระหนัก โดยปลัดกระทรวงพลังงาน เผยว่าขณะนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกรับภาระสะสมอยู่ประมาณ 60,000 - 63,000 ล้านบาท โดยมีเงินไหลออกเฉลี่ยวันละ 100 ล้านบาท ซึ่งสถานการณ์ราคายังคงมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์และปัจจัยทางการเมืองโลก
ยืนยันความมั่นคง: น้ำมันสำรองไทยทะลุ 100 วัน
ในส่วนของความกังวลเรื่องการขาดแคลนพลังงาน ดร.ประเสริฐ ยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านปริมาณสำรองที่แข็งแกร่ง โดยหากนับรวมทุกส่วนแล้วไทยมีน้ำมันใช้ได้ มากกว่า 100 วัน แบ่งเป็น
- การสำรองตามกฎหมายและการค้าภายในประเทศ: 55 วัน
- น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือ: 30 วัน
- น้ำมันที่ทำสัญญาซื้อขายแล้วแต่อยู่ระหว่างรอการขนส่ง: 25-30 วัน
"รวมๆก็ 100 กว่าวันนะครับถ้านับทั้งหมด สถานการณ์ตอนนี้คือเรื่องของน้ำมันพอเนี่ย ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหานะครับ" ปลัดกระทรวงพลังงาน
ปัญหาน้ำมันล้นสต็อกและการปรับลดกำลังผลิต
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงพลังงานยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันไทยไม่ได้เผชิญปัญหาขาดแคลน แต่กลับอยู่ในสภาวะ น้ำมันสำเร็จรูปเกินความต้องการ (Over Supply) จนคลังน้ำมันใกล้เต็มขีดจำกัดความปลอดภัย (Tank Top) ที่ระดับ 70% ส่งผลให้โรงกลั่นยักษ์ใหญ่อย่าง PTTGC ต้องปรับลดกำลังการผลิตลง 15% เพื่อป้องกันน้ำมันล้นถัง และรัฐบาลกำลังพิจารณาอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันบางประเภท เช่น Jet A1 เพื่อช่วยผ่องถ่ายน้ำมันออกจากระบบและรักษาสมดุลในการเก็บสำรอง







