
บีโอไออนุมัติลงทุน 6.6 หมื่นล้าน ตั้งอนุกลั่นกรอง Data Center เร่งกำหนดค่าไฟ
บีโอไอ ไฟเขียวลงทุน 9 โครงการ 6.6 หมื่นล้าน ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ Data Center ลุยด่วน 7 ด้าน กำหนดค่าไฟ-Direct PPA
KEY
POINTS
- บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ในหลากหลายอุตสาหกรรม
- เห็นชอบให้จัดตั้ง "คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการ Data Center" เพื่อพิจารณาโครงการอย่างรอบด้านก่อนอนุมัติ
- คณะอนุกรรมการฯ มีกรอบดำเนินงานเร่งด่วน 7 ด้าน ซึ่งรวมถึงการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าและอัตราค่าไฟใหม่สำหรับ Data Center โดยเฉพาะ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่8 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท
ทั้งนี้ ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างงานที่มีคุณค่า และเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
พร้อมเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบและขยายอำนาจหน้าที่ของ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” ให้ครอบคลุมถึงการกลั่นกรองโครงการ Data Center โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก
ตั้งอนุกรรมการดัน Data Center เร่งด่วน 7 ด้าน
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับปรุงองค์ประกอบและขยายอำนาจหน้าที่ของ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” เป็น “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการ Data Center” โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน บีโอไอและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม เพื่อให้ครอบคลุมถึงการกลั่นกรองโครงการ Data Center โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้านในทุกมิติ
ก่อนที่ผู้ลงทุนจะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน ซึ่งได้มีการประชุมไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้กำหนดกรอบการดำเนินงานเร่งด่วน 7 ด้าน ได้แก่
- การกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับ Data Center เพื่อกำหนดอัตราค่าไฟเป็นการเฉพาะให้สะท้อนต้นทุนการจัดหาพลังงานอย่างเหมาะสม
- การกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับแผนประเทศ
- การส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่านกลไก Direct PPA
- การจัดทำหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
- การศึกษารูปแบบการจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงโดยตรงแก่ Data Center รายใหญ่
- การเร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า
- และการจัดทำ Power & Water Map เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดพื้นที่ที่เหมาะสม
อนุมัติลงทุน 9 โครงการ มูลค่า 66,320 ล้านบาท
บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ รวมมูลค่า 66,320 ล้านบาท ประกอบด้วย
• บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากสวิตเซอร์แลนด์ จะลงทุนผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ (NESCAFÉ) รองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ มูลค่าลงทุน 22,935 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ
• บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 14,326 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการขนส่งทางอากาศ โดยการเช่าเครื่องบินโดยสาร จำนวน 8 ลำ รองรับการให้บริการเส้นทางการบินระหว่างประเทศ
• บริษัท ดาต้าเซคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Datasection Inc. ผู้นำด้านศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยี AI ของญี่ปุ่น จะลงทุนในกิจการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) มูลค่าลงทุน 7,831 ล้านบาท โดยจะติดตั้ง GPU Server สมรรถนะสูงในศูนย์ข้อมูลที่จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพฯ เพื่อรองรับบริการด้าน AI และธุรกิจดิจิทัล
• บริษัท ดูซาน อิเลคโทร-แมททีเรียลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ Doosan Corp. หนึ่งในแชโบลของเกาหลี และเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในกลุ่ม Non-Flow Prepreg จะลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิต PCB มูลค่าลงทุน 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ
• บริษัท ไต้หวัน ยูเนี่ยน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตวัตถุดิบสำหรับ PCB
ที่ใช้ใน AI Server และ Data Center จากไต้หวัน จะลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) มูลค่าลงทุน 6,300 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี
• บริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตผ้าใยแก้ว (Glass Fiber Fabric) รายใหญ่จากไต้หวัน จะลงทุนผลิตผ้าใยแก้วซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับ Copper Clad Laminate (CCL) ที่จะนำไปผลิตเป็น PCB ต่อไป มูลค่าลงทุน 3,310 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
• บริษัท ลมรักษ์ กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม จำนวน 2 โครงการ กำลังผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวม 5,618 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี







