thansettakij
thansettakij
‘โลกแอนตี้ปาล์ม’ เดิมพันใหม่ประเทศไทย ในตลาดเชื้อเพลิงการบินโลก

‘โลกแอนตี้ปาล์ม’ เดิมพันใหม่ประเทศไทย ในตลาดเชื้อเพลิงการบินโลก

มาเลเซียเปิดเกมรุก SAF ชิงฮับการบินสีเขียวอาเซียน ฝ่ากระแส ‘โลกแอนตี้ปาล์ม’ เดิมพันใหม่ประเทศไทย ในตลาดเชื้อเพลิงการบินโลก

KEY

POINTS

  • อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยเผชิญอุปสรรคสำคัญในการเข้าสู่ตลาดเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) เนื่องจากภาพลักษณ์เชิงลบในสายตาชาวโลกที่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม
  • ไทยมีความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่ช้ากว่าคู่แข่งอย่างมาเลเซีย ซึ่งกำลังผลักดันตัวเองเป็นศูนย์กลางการผลิต SAF ในระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง
  • เกิดปัญหาการแย่งชิงวัตถุดิบในการผลิต SAF เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ทำให้ต้องพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การใช้น้ำเสียจากโรงสกัดปาล์มและชีวมวลทางการเกษตร

อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญในการก้าวเข้าสู่สนาม Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์โลกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ไปแล้วนับหมื่นล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางของปาล์มไทยในเวทีโลกจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

 ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล อดีต กนป.นำคณะเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ดูงานที่มาเลเซีย

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชีวภาพ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ (กนป.) และนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะ ได้นำผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี และสื่อมวลชน เดินทางเข้าร่วมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในงาน “MyAero Sustainable Aviation APAC Symposium 2026 “ (MSAAS 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรม The Everly เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย เพื่อศึกษาทิศทางอุตสาหกรรม SAF เทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานสากล ตลอดจนโอกาสในการเชื่อมโยงปาล์มน้ำมันไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนของภูมิภาคและตลาดโลก 

NAICO ชี้ “ความยั่งยืน” คือกุญแจแข่งขันระดับโลก

ดร. ชามซุล กามาร์ อาบู ซามะฮ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NAICO Malaysia เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม (MITI) เปิดเผยถึงการงาน MSAAS 2026 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดงานมา โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมการบิน ผู้ผลิตพลังงาน และตัวแทนรัฐบาลจาก 22 ประเทศ กว่า 400 ราย เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่ความยั่งยืน  สะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศการบินยั่งยืนในภูมิภาคมีความสำคัญเร่งด่วน โดยย้ำว่าปัจจุบันเรื่องความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทางเลือกหรือสิ่งที่ทำควบคู่ไปกับธุรกิจอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นหัวใจหลักของความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

“ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)  กลยุทธ์การลดคาร์บอน หรือการรายงาน ESG สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่แผนในอนาคต แต่กลายเป็น ‘ข้อกำหนดทางธุรกิจ’ (Business Requirements) ในปัจจุบันไปแล้ว “มาเลเซีย” มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรชีวมวล  และระบบนิเวศการผลิตที่แข็งแกร่งในการรองรับอุตสาหกรรมนี้

‘โลกแอนตี้ปาล์ม’ เดิมพันใหม่ประเทศไทย ในตลาดเชื้อเพลิงการบินโลก

รุกหนัก SAF - Carbon Capture ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ 

ด้าน นายหลิว ชิน ตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม (MITI) มาเลเซีย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษโดยยกบทเรียนประวัติศาสตร์ของสหภาพโซเวียตที่เร่งขยายเศรษฐกิจจนทำให้ทะเลสาบอารัล (Aral Sea) แห้งขอดและกลายเป็นทะเลทรายที่มีพิษ เพื่อเตือนใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เมินเฉยต่อสิ่งแวดล้อมจะนำไปสู่ภัยพิบัติ

อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 2-3% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้น สำหรับมาเลเซียซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 42 ล้านคนในปีที่ผ่านมา (มากกว่าประชากรในประเทศ) ความท้าทายนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่

 

“รัฐบาลมาเลเซียประกาศเป้าหมายชัดเจนที่จะทำให้ประเทศเป็น “ศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับ SAF” (Regional Hub for Sustainable Aviation Fuel) และการผลิตการบินอวกาศสีเขียว โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ภายในปี 2050 คือโอกาสทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ที่จะดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงและสร้างงานมูลค่าเพิ่ม”

‘โลกแอนตี้ปาล์ม’ เดิมพันใหม่ประเทศไทย ในตลาดเชื้อเพลิงการบินโลก

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยความคืบหน้าโครงการ Carbon Capture and Storage (CCS) โดย Petronas ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นศึกษาวิจัยและนำร่อง โครงการนี้มีเป้าหมายในการดักจับการ์บอนจากภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานเหล็ก แล้วส่งผ่านท่อความยาวกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อนำไปกักเก็บไว้ในบ่อน้ำมันเก่าใต้ทะเลลึก เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของมาเลเซียในการแสดงศักยภาพฐานะผู้นำด้านพลังงานทดแทนและอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีในภูมิภาค ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำคัญให้กับกลุ่มประเทศ APEC ในการก้าวสู่ยุคการบินไร้มลพิษอย่างเป็นรูปธรรม” นายหลิว ชิน ตง กล่าวในตอนท้าย

‘โลกแอนตี้ปาล์ม’ เดิมพันใหม่ประเทศไทย ในตลาดเชื้อเพลิงการบินโลก

ไทยตื่นตัวเร็วแต่ "ช้า" ในเชิงนโยบาย 

ดร.บุรินทร์ สุขพิศาล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)  กล่าวว่า  ปัจจุบันเทรนด์ SAF ในระดับภูมิภาคเดินหน้าไปไกลมาก โดยเฉพาะมาเลเซียที่เริ่มทำในเชิงรุก แม้ว่าประเทศไทยจะมีการตื่นตัวมาก่อนและมีผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทไปแล้ว แต่ในแง่ของกฎระเบียบและนโยบายภาครัฐไทยยังถือว่าขับเคลื่อนได้ช้ากว่าคู่แข่ง

ในส่วนของวัตถุดิบการรวบรวม น้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) กำลังเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากในไทยมีแผนจะผลิต SAF ถึง 3 โรงงาน ทำให้เกิดการแย่งชิงวัตถุดิบกันเอง รวมถึงต้องแข่งกับต่างชาติที่เข้ามาแย่งซื้อ UCO ด้วย ทางออกที่น่าสนใจคือการใช้เทคโนโลยีเปลี่ยน น้ำเสียจากโรงสกัดน้ำมันปาล์ม  ให้เป็นน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งปัจจุบันไทยมีโรงสกัดกว่า 100 แห่ง ผลิตน้ำมันปาล์มได้ 3.8 ล้านตันต่อปี หากนำน้ำเสียมาสกัดน้ำมันตกค้างด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะสามารถผลิต SAF ได้ถึง 30-60 ล้านลิตรต่อปีนอกจากนี้ยังมีทางเลือกจากการใช้ เอทานอล แต่ปัจจุบันต้นทุนยังคงสูงอยู่

 

ปาล์มคือ "ผู้ร้าย" ในสายตาโลก 

อุปสรรคที่ยากที่สุดของปาล์มไทยไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือภาพลักษณ์ ดร.บุรินทร์ ระบุว่าหน่วยงานสากลอย่าง ตามที่ประชุมสมัชชาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ที่กำกับดูแลมาตรฐาน Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation หรือ CORSIA ซึ่งยังคงไม่สบายใจที่จะยอมรับผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมัน เนื่องจากฝังใจกับภาพการบุกรุกป่าบนเกาะบอร์เนียวและการเผาป่าในอดีตของประเทศเพื่อนบ้านเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าอย่างลิงอุรังอุตัง

"ไม่ว่าปาล์มจะมาจากประเทศไหน ฝรั่งมองว่าเป็นผู้ร้ายไปแล้ว แม้เราจะพยายามชี้แจงว่าปาล์มไทยไม่ได้บุกรุกป่าหรือเผาป่าเหมือนที่อื่น แต่ในทางปฏิบัติเขาก็ยังลังเลที่จะยอมรับ แม้แต่ผลิตภัณฑ์จากน้ำเสีย (POME) เขาก็ยังมองว่ามันมีต้นทางมาจากปาล์มอยู่ดี"

 

บทเรียนจากญี่ปุ่น "ฟางข้าว" สู่ SAF 

ดร.บุรินทร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกลุ่มทุนญี่ปุ่นเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีไบโอแมส เช่น การนำ "ฟางข้าว" มาผ่านกระบวนการย่อยเซลลูโลสให้เป็นแอลกอฮอล์เพื่อทำ SAF ซึ่งญี่ปุ่นก็ได้เข้ามาสนับสนุนเทคโนโลยีนี้ในไทยที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี แล้ว เนื่องจากไทยมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมาก

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณการใช้น้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ประมาณ 6,000 ล้านลิตรต่อปี โดยขณะนี้เริ่มมีการส่งเสริมการผสม SAF ในลักษณะภาคสมัครใจที่สัดส่วน 0.5 - 1% หากไทยสามารถปลดล็อกปัญหาเรื่องภาพลักษณ์และบริหารจัดการวัตถุดิบได้ตลาด SAF จะกลายเป็นโอกาสมหาศาลของเกษตรกรและอุตสาหกรรมพลังงานไทยในอนาคต