thansettakij
thansettakij
เปิดอำนาจพิเศษ พ.ร.ก.น้ำมัน ปี 16 กฎหมาย 53 ปี ที่รอวันนายกฯ งัดคุมค่าการกลั่น

เปิดอำนาจพิเศษ พ.ร.ก.น้ำมัน ปี 16 กฎหมาย 53 ปี ที่รอวันนายกฯ งัดคุมค่าการกลั่น

07 เม.ย. 69 | 06:39 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 69 | 07:53 น.

เปิดอำนาจ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 กฎหมาย 53 ปีที่ให้อำนาจนายกฯ สั่งควบคุมโรงกลั่น-ปันส่วนน้ำมัน โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี พร้อมงัดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หากโรงกลั่นไม่ยอมลดค่าการกลั่น

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ลุกลามจากสมรภูมิตะวันออกกลาง จนราคาน้ำมันพุ่งพรวดและค่าการกลั่นเดือนเมษายน 2569 ทะยานสู่ 15.99 บาทต่อลิตร ชื่อของ "พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516" ถูกปัดฝุ่นหยิบยกขึ้นมาเป็นไม้ตายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอีกครั้ง

ย้อนรอย พ.ร.ก. ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน ปี 16

พ.ร.ก.ฉบับนี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2516 ในสมัยนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนั้นไม่ต่างจากวันนี้มากนัก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงและปริมาณน้ำมันดิบที่หาซื้อได้ลดน้อยลง รัฐบาลจึงเห็นว่าจำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ "สั่งการได้โดยฉับพลัน" โดยไม่ต้องรอให้กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ แยกปฏิบัติการตามกฎหมายที่มีอยู่

กางอำนาจมาตรา 3 นายกฯ สั่งได้ทุกอย่าง

หัวใจของกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่ มาตรา 3 ซึ่งให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่

1. ควบคุมห่วงโซ่น้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การจำหน่าย การขนส่ง การครอบครอง การสำรอง ไปจนถึงการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด ซึ่งนี่ก็คืออำนาจที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะประธาน กบง. พร้อมนำมาใช้สั่ง กดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร หากโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งไม่ยอมให้ความร่วมมือ

2. ควบคุมการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า รวมถึงพลังงานอื่น ๆ

3. กำหนดเงื่อนไขการใช้พลังงานในทุกกิจกรรม อาทิ กำหนดวันเวลาการเดินเครื่องโรงงาน, สั่งเปิด-ปิดโรงมหรสพ ภัตตาคาร สถานบันเทิง, จำกัดการใช้ยานพาหนะทั้งภาครัฐและเอกชน, ควบคุมการใช้ไฟฟ้าในอาคารและป้ายโฆษณา

4. ปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ จะยืนยันว่า "คงไม่ไปถึงขนาดนั้น" แต่อำนาจดังกล่าวก็บรรจุอยู่ในกฎหมายอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีอำนาจ มอบหมายบุคคลหรือคณะกรรมการ ให้ปฏิบัติการแทนได้ โดยกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ตามที่เห็นสมควร

บทลงโทษ จำคุกสูงสุด 10 ปี

กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีแค่ฟัน มาตรา 8 กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีไว้หนักมือ คือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท

แม้ พ.ร.ก.ฉบับนี้จะมีอายุกว่า 53 ปี แต่นายเอกนัฏระบุชัดว่า หากต้องหยิบอำนาจนี้มาใช้สั่งโรงกลั่น จะนับเป็น "ครั้งแรกในประวัติศาสตร์”

ขณะที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังวางท่าทีให้โอกาสโรงกลั่น โดยระบุว่าหากรัฐมนตรีพลังงานและรัฐมนตรีคลังเห็นว่ามีความจำเป็น ก็ "พร้อมดำเนินการตามขอบเขตอำนาจที่มีอยู่"

กฎหมายเก่าอายุกึ่งศตวรรษ กำลังจะกลับมาทดสอบกับโรงกลั่นน้ำมันในยุค 2569 บทสรุปจะออกมาอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับโรงกลั่นจะได้ข้อยุติหรือไม่.