
รัฐขู่คุมราคาหน้าโรงกลั่น ใช้ พ.ร.ก. หากเจรจาไม่สำเร็จ หลังค่าการกลั่นพุ่งผิดปกติ 17 บาท
รัฐบาลขู่คุมราคาหน้าโรงกลั่น ใช้ พ.ร.ก. หากเจรจาไม่สำเร็จ หลังค่าการกลั่นพุ่งผิดปกติ 17 บาท ลั่นเลิกใช้เลขทิพย์
KEY
POINTS
- ค่าการกลั่นน้ำมันพุ่งสูงขึ้นผิดปกติเกือบ 17 บาทต่อลิตร จากปกติที่ควรอยู่ประมาณ 2 บาท
- กระทรวงพลังงานเตรียมเจรจากับโรงกลั่นเพื่อดึงกำไรส่วนเกินกลับเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- หากการเจรจาไม่เป็นผล รัฐบาลขู่จะใช้มาตรการทางกฎหมายตาม พ.ร.ก. เพื่อเข้าควบคุมราคาหน้าโรงกลั่นโดยตรง
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามแนวทางของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน
โดยวันนี้ (7 เมษายน 2569) จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และหารือกับโรงกลั่นน้ำมันทันที เพื่อดึงกำไรส่วนเกินกลับเข้าสู่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
“ค่าการกลั่นปกติอยู่ที่ 2 บาทกว่า เดือนมีนาคมที่ผ่านมากลับพุ่งขึ้นไปเฉลี่ยที่ 7 บาท แต่มาเดือนเมษายนผ่านมาเพียง 6 วัน ค่าการกลั่นพุ่งไปประมาณ 16-17 บาท ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างมาก”
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยต้องเลิกใช้เลขทิพย์ หรือตัวเลขในจินตนาการในการกำหนดเพดานค่าการกลั่น โดยได้สั่งการให้เรียกดูต้นทุนจริงจากทุกโรงกลั่นเพื่อนำมาคำนวณว่ากำไรที่เกิดขึ้นมากผิดปกติหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชน
"เงินกองทุนน้ำมันถูกนำไปแบกรับภาระเพื่อให้ราคาน้ำมันถูกลง เพื่อประชาชน ไม่ใช่ไปแบกกำไรของโรงกลั่น”
อย่างไรก็ดี เตรียมงัดมาตรการเด็ดขาด ขู่ใช้ พ.ร.ก. ควบคุมราคา สำหรับแนวทางการดำเนินการ โดยมี 2 วิธีหลัก คือ
- การเรียกกำไรหรือผลประโยชน์ส่วนเกินคืน กลับเข้าสู่กองทุนน้ำมันในรูปแบบต่างๆ
- การใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปี 2516 เพื่อกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นโดยตรง หากการเจรจาขอความร่วมมือไม่เป็นผล
"ต้องแยกปัจจัยภายนอกเรื่องสถานการณ์สู้รบ ออกจาก กลไกภายในประเทศ หากพบว่ากลไกภายในถูกบิดเบือนจนทำให้โรงกลั่นได้กำไรเกินควร ก็จะใช้อำนาจที่มีในการเรียกเก็บคืน และลดราคาหน้าโรงกลั่น รวมถึงราคาที่สถานีบริการน้ำมันลงทันที! เพื่อลดภาระให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในเร็วๆ นี้“







