thansettakij
thansettakij
‘อนุทิน’ พร้อมงัด พ.ร.ก.ปี 16 คุมเข้มค่าการกลั่น ดันคนละครึ่งพลัส ลดรายจ่าย

‘อนุทิน’ พร้อมงัด พ.ร.ก.ปี 16 คุมเข้มค่าการกลั่น ดันคนละครึ่งพลัส ลดรายจ่าย

06 เม.ย. 69 | 15:40 น.
อัปเดตล่าสุด :06 เม.ย. 69 | 16:15 น.

นายกฯ อนุทิน ให้คำมั่น 3 แนวทาง ดูแล ปชช. ก้าวข้ามวิกฤต ลดงบประมาณ - ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน – จัดมาตรการช่วยเหลือ คนละครึ่งพลัส แก้ปัญหาสถานการณ์ ลดภาระประชาชน พร้อมงัด พ.ร.ก.16 คุมเข้มค่าการกลั่น

KEY

POINTS

  • ครม.นัดพิเศษ เตรียมรับมือวิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น
  • นายกฯ อนุทิน พร้อมใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อควบคุมโครงสร้างราคาและค่าการกลั่นน้ำมัน
  • เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
  • มติครม.ตั้ง 'วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล' ทปษ.นายกฯ 'รัชดา' โฆษกรัฐบาล พร้อมทั้งไฟเขียวร่างแถลงนโยบายรัฐบาล มีนโยบายหลัก 5 ด้าน พร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

6 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 21.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ว่า ขณะนี้การสู้รบในตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลกทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลางถึงประมาณ 50%

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นตามลำดับ และยกระดับสู่การโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในอนาคตเหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาผลิตได้ตามปกติ ดังนั้น ราคาพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีจะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนจะทำงานหนัก เพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

โดยสิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ 1. ปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือลดผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก 2. ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน โดยเร็วที่สุด และ 3. จัดมาตรการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทยการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  

“เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก ต้องยอมรับความจริง และต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ เชื่อว่าความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคนจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้” นายกฯ กล่าว

 

‘อนุทิน’ พร้อมงัด พ.ร.ก.ปี 16 คุมเข้มค่าการกลั่น ดันคนละครึ่งพลัส ลดรายจ่าย

 

พร้อมงัด พ.ร.ก.ปี16 คุมค่าการกลั่นน้ำมัน

นายกฯ กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการใช้พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ว่า กรณีดังกล่าวขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน แจ้งมาก่อนว่าถ้ามีความจำเป็นต้องใช้อำนาจนายกฯ ตามพ.ร.ก.ฉบับนี้ ก็พร้อมดำเนินการตามขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ส่วนการประชุมครม.วันนี้หารือเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหรือไม่ นายกฯ ยอมรับว่า รองนายกฯ เอกนิติ กำลังพิจารณา โดยเมื่อทุกอย่างเป็นรูปธรรมหลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายแล้วจะได้รับการปฏิบัติโดยเร็ว

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุมครม. นัดพิเศษ ได้รับทราบรายงานเรื่องมาตรการพลังงาน ทั้งการใช้อำนาจนายกฯ ในการเข้าไปดูโครงสร้างราคาน้ำมันและค่าการกลั่น โดยขอให้กระทรวงพลังงานรับไปพิจารณา 

รวมไปถึงการออกมาตรการประหยัดพลังงานในระยะที่ 3 ที่จะออกมาในช่วงหลังสงกรานต์ เช่น การกำหนดระยะเวลาการเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน รวมทั้งกำหนดให้ข้าราชการทำงานที่บ้านและทำงานจากที่ไหนก็ได้ (work from anywhere) 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อลดการเดินทาง ส่วนการเพิ่มมาตรการไปจนถึงการปันส่วนน้ำมันหรือไม่นั้น ยอมรับว่า คงไม่ไปถึงขนาดนั้น

 

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ

 

ขณะที่ นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้หารือและรับทราบรายงานแล้วว่ามีค่าส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นที่เกินมาอยู่จริง โดย ครม. ได้เห็นชอบให้เดินหน้าตามแนวทางเจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่างดังกล่าว สำหรับนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ นายกฯ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ เข้ามาดูแลและพิจารณาวิธีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

โดยหลักการสำคัญคือการคำนวณกำไรส่วนต่างจะต้องสะท้อนจากต้นทุนที่แท้จริงของสต๊อกน้ำมันเก่า ไม่สามารถใช้วิธีคิดประเมินราคาความผันผวนแบบวันต่อวันได้ แต่จะใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยทั้งเดือนเพื่อดูว่าโรงกลั่นมีกำไรส่วนต่างเกินมาเท่าใด อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวไม่สามารถใช้วิธีการบีบบังคับโรงกลั่นได้ แต่จะต้องใช้วิธีการพูดคุยเจรจาเป็นหลัก  

สำหรับรูปแบบและวิธีการคืนกำไรนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร แต่อำนาจของคณะกรรมการสามารถกำหนดรูปแบบการชดเชยได้หลายแบบ เช่น การขอให้โรงกลั่นคืนส่วนต่างมาในรูปแบบของเงิน หรือคืนมาเป็นสต๊อกน้ำมัน

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาว ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการนำอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำหนดรูปแบบในการชดเชย หรือใช้วิธีช่วยชดเชยให้โรงกลั่นเป็นรูปแบบอื่นทดแทน ในกรณีที่โรงกลั่นต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน

“เอกนัฏ” ถกโรงกลั่น พรุ่งนี้ ลั่นเลิกใช้ค่าการกลั่นทิพย์

ต่อมา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า รองนายกฯ เอกนิติ ได้รายงานผลการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ให้ที่ประชุมครม. รับทราบ เรื่องการขอให้โรงกลั่นน้ำมันส่งกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้ รมว.พลังงาน ไปดำเนินการต่อ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (7 เม.ย.) จะเรียกโรงกลั่นน้ำมันเข้ามาหารือทันทีที่กระทรวงพลังงาน จากนั้นในช่วงเวลา 13.00 น. จะนำเรื่องเพื่อหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ทันที

ส่วนเพดานค่าการกลั่นนั้น ปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำหนดการใช้ค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติ ซึ่งวันนี้เป็นสถานการณ์ผิดปกติทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งราคาบางส่วนที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะค่าพรีเมียม โดยในช่วงสถานการณ์ปกติค่าการกลั่นจะอยู่ที่ 2 บาทกว่าไม่เกิน 3 บาท แต่ในช่วงเดือนมี.ค. 2569 ราคาค่าการกลั่นขึ้นสูงมาถึง 7 บาท และในช่วงเดือนเม.ย.นี้ ราคาก็ขึ้นมาสูงถึง 16-17 บาท 

“ในวันพรุ่งนี้ จะนำตัวเลขจริงทั้งหมดมาดู วันนี้ประเทศไทยต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์ ตัวเลขในใจมากำนหนดเพดานค่าการกลั่นได้แล้ว” นายเอกนัฏ ระบุ

 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน

 

มติครม. สั่งกระทรวงพลังงาน กำหนดค่าการกลั่น-ค่าการตลาด

ต่อมา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เบื้องต้น) และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 

เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ บรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจในภาพรวม

ทั้งนี้ ผลการศึกษาครอบคลุม อาทิ ข้อมูลต้นทุนของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งได้ขอให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 รายจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบ ได้แก่ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) โดยเป็นข้อมูลประมาณการตั้งแต่เดือนมกราคม- มีนาคม 2569 พบว่าหลังจากเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องมาจากต้นทุนดังกล่าวที่ปรับตัวสูงขึ้น

โดย กระทรวงพลังงานจะได้ไปดำเนินการ ดังนี้

1. กรมธุรกิจพลังงาน

(1) ปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐาน (Data Standard) เพื่อให้สามารถคำนวณแยกรายละเอียด (Breakdown) ต้นทุนและค่าการกลั่น

(2) จัดทำตารางแยกรายละเอียดต้นทุนในช่วงภาวะวิกฤต อาทิ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ให้เป็นปัจจุบัน

(3) ประสานให้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันจัดส่งข้อมูลชนิดและแหล่งที่มาของน้ำมันดิบที่นำเข้าจริงในปัจจุบัน 

(4) ศึกษาโครงสร้างและกำลังการผลิตของแต่ละโรงกลั่นน้ำมันเพื่อนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยสัดส่วนน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้รวมของทั้งประเทศ

2. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

(1) ศึกษามาตรฐานสากลเพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลางของค่า Premium ต่าง ๆ สำหรับใช้อ้างอิง (Benchmark)

(2) ทบทวนและปรับปรุงตารางโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

3. กระทรวงพลังงานดำเนินการสื่อสารและสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

ตั้ง 'วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล' ทปษ.นายกฯ 'รัชดา' โฆษกรัฐบาล

ที่ประชุมครม.นัดพิเศษ วันนี้ มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอจำนวน 4 ตำแหน่ง ได้แก่

1. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 

2. พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

3. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

4. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ไฟเขียวร่างแถลงนโยบายรัฐบาล

ที่ประชุมครม.นัดพิเศษ วันนี้ ยังมีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ 2. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3. ด้านสังคม 4. ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ 5. ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย 

โฆษกรัฐบาล ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดความชะงักงัน ปริมาณลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และด้านความมั่นคงด้วย

โดยการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ จะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” โดยจะรวมพลังภาคเอกชนและประชาชน ปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ โดยกลไกการบริหารราชการในรูปแบบ “Cluster” แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่

1. ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 

2. ด้านการผลิต การค้าและบริการ 

3. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

4. ด้านสังคมและสวัสดิการ

5. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 

“รัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จะมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารได้ผ่านทาง www.thaigov.go.th” โฆษกรัฐบาล กล่าว