thansettakij
thansettakij
ความต้องการไฟฟ้าไทย อีก 25 ปีข้างหน้าพุ่งเท่าตัว รับ EV-Data Center

ความต้องการไฟฟ้าไทย อีก 25 ปีข้างหน้าพุ่งเท่าตัว รับ EV-Data Center

24 มี.ค. 69 | 05:27 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 06:21 น.

สนพ. เปิดรับฟังความเห็น 'ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า' หนุนจัดทำแผน PDP2026 ชี้ไฟฟ้าไทยพุ่งเท่าตัวใน 25 ปี รับความต้องการ EV-Data Center

KEY

POINTS

  • สนพ. คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของไทยจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในรอบ 25 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2569-2593) จากประมาณ 36,450 เมกะวัตต์ เป็น 71,340 เมกะวัตต์
  • ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของความต้องการไฟฟ้ามาจากการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเศรษฐกิจดิจิทัล
  • การพยากรณ์นี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำ “ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า (Load Forecast)” เพื่อใช้เป็นฐานในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ให้สอดคล้องกับบริบทด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ เปิดเผยว่า การจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าดังกล่าวนี้ ได้มีการปรับปรุงสมมติฐานสำคัญให้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ประชากร และเทคโนโลยี 

โดยนำปัจจัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญเข้ามาพิจารณา อาทิ การเติบโตของ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) แนวโน้มการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (IPS) รวมถึงมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการบริหารจัดการโหลด เพื่อสะท้อนโครงสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อนและกระจายตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ การพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า ได้พิจารณาความต้องการใช้ไฟฟ้าจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ควบคู่กับความต้องการใหม่ (New Demand) จากโครงการและนโยบายสำคัญของประเทศ เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูง ระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชน ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) 

ไฟฟ้าไทยพุ่งเท่าตัวใน 25 ปี รับความต้องการ EV-Data Center

 

รวมถึง EV และ Data Center ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณาสมมติฐานการติดตั้ง Solar Rooftop และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระความต้องการไฟฟ้าจากระบบหลัก รวมถึงผลจากมาตรการอนุรักษ์พลังงานในระดับเข้มข้น ส่งผลให้แนวโน้มความต้องการไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่ชะลอตัวลง

ผลการพยากรณ์ในกรณีต่ำ (Low) คาดว่า ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะเพิ่มจากประมาณ 36,450 เมกะวัตต์ ในปี 2569 เป็น 71,340 เมกะวัตต์ ในปี 2593 หรือเติบโตเฉลี่ย 2.9% ต่อปี และมีการใช้ไฟฟ้าปี 2593 อยู่ที่ 386,081 ล้านหน่วย 

ขณะที่กรณีสูง (High) ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในปี 2593 จะเพิ่มเป็น 77,374 เมกะวัตต์ หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.2 ต่อปี และมีการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 434,371 ล้านหน่วย โดยมีปัจจัยหลักจาก EV และ Data Center

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ที่เปลี่ยนจากช่วงกลางวันไปสู่ช่วงกลางคืนจากการชาร์จ EV และการใช้ไฟฟ้าในภาคธุรกิจยุคดิจิทัล รวมถึงการพิจารณานโยบายที่จำเป็นในอนาคต เช่น การปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับ Data Center การสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าใช้เอง และการเปิดให้ใช้โครงข่ายไฟฟ้า

“การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวนี้ จะนำไปใช้ประกอบการปรับปรุงค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสำหรับจัดทำแผน PDP2026 เพื่อยกระดับการวางแผนพลังงานของประเทศ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว”