
‘รมว.พลังงาน’ ลั่นภาคสินค้าอย่าอ้างดีเซลแพงฉวยโอกาศขึ้นราคา
‘รมว.พลังงาน’ ลั่นภาคสินค้าอย่าอ้างดีเซลแพงฉวยโอกาสขึ้นราคา ระบุน้ำมันไม่ได้แพงกว่าปี 2568 พร้อมเตรียมผลักดันใช้พลังงานทางเลือก
KEY
POINTS
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเตือนภาคธุรกิจอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยอ้างต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น
- รัฐบาลจะทยอยปรับขึ้นเพดานราคาดีเซลจาก 30 บาท เป็น 33 บาทต่อลิตร เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
- ชี้ว่าราคาดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตรเป็นระดับเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในปีที่แล้ว จึงไม่ควรเป็นเหตุผลให้ราคาสินค้าแพงขึ้นกว่าเดิม
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการบริหารจัดการด้านราคาเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนว่า รัฐบาลได้วางแนวทางอย่างรัดกุม โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมันดีเซลที่เป็นต้นทุนสำคัญของภาคการขนส่ง
การขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซล โดยรัฐบาลได้ตัดสินใจปรับเพดานการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจากเดิม 30 บาทต่อลิตร ขึ้นไปเป็น 33 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดการกระชากของราคาและกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง การปรับขึ้นจะไม่ทำในคราวเดียว แต่จะใช้วิธี ทยอยปรับขึ้นทีละ 50 สตางค์ ไม่มีกรอบเวลาตายตัว
ซึ่งกระทรวงพลังงานไม่ได้ระบุจำนวนวันหรือกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการปรับขึ้นแต่ละครั้ง แต่จะใช้วิธีประเมินตามสถานการณ์เป็นระยะไป
อย่างไรก็ดี มองว่าต้นทุนสินค้าไม่ควรแพงกว่าปี 2568 โดยให้ข้อสังเกตว่า ระดับราคาดีเซลที่ 33 บาท ถือเป็นระดับเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นแล้วในปีที่ผ่านมา ดังนั้น ภาคสินค้าจึงไม่ควรนำประเด็นนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อปรับขึ้นราคาสินค้าให้สูงกว่าสถิติของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ไทยปรับตัวช้ากว่าเพื่อนบ้าน หากเปรียบเทียบกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งปกติจะมีราคาน้ำมันต่ำกว่าไทยมาตลอด ปัจจุบันมาเลเซียได้ขยับราคาขึ้นไปใกล้เคียงกับระดับเพดาน 33 บาทแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเลือกใช้วิธีค่อยๆ ขยับเพื่อดูแลประชาชน
อย่างไรก็ดี จะมีการผลักดันพลังงานทางเลือก ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยสร้างส่วนต่างราคาเพื่อจูงใจ เช่น มีทางเลือก B10 ซึ่งถูกกว่า B7 อยู่ 2 บาท และ B20 สำหรับรถบรรทุก ถูกกว่า B7 5 บาท รวมถึงน้ำมันเบนซิน E20 ที่มีราคาถูกกว่า E10 ถึง 5 บาท
นอกจากนี้ ผู้ที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านไม่เกิน 200,000 บาท สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
ด้านค่าไฟฟ้า รัฐบาลพยายามบริหารจัดการต้นทุนโดยดึงแหล่งเชื้อเพลิงที่ราคาถูกที่สุดมาใช้ก่อน เช่น ก๊าซจากอ่าวไทย ก๊าซจากเมียนมา และพลังงานน้ำจากลาว ส่งผลให้ ค่าไฟฟ้ารอบปัจจุบันถึงสิ้นเดือนเมษายน จะไม่มีการปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอน ส่วนรอบพฤษภาคมเป็นต้นไป อยู่ระหว่างการบริหารจัดการไม่ให้ปรับขึ้นเช่นกัน






