
ไขปมค่าการกลั่น 6 บาท รมว.พลังงานชี้ตัวเลขคลาดเคลื่อนช่วงสงคราม
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ไขปมค่าการกลั่น 6 บาท หลังตัวเลขสูงขึ้นจนผิดปกติ ชี้ตัวเลขคลาดเคลื่อนตามกลไกลตลาดช่วงสงคราม
KEY
POINTS
- รมว. พลังงานชี้แจงว่าตัวเลขค่าการกลั่น 6 บาทต่อลิตรเป็นความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากกลไกตลาดในช่วงสงคราม ไม่ใช่กำไรที่แท้จริง
- ต้นทุนน้ำมันดิบที่แท้จริงสูงกว่าราคาประกาศ เนื่องจากมีการบวกค่าพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม (War Premium) และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
- โรงกลั่นต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ แต่ไม่สามารถบวกเพิ่มในราคาขายน้ำมันในประเทศได้ ทำให้เมื่อหักลบต้นทุนแฝงแล้ว ค่าการกลั่นจะเหลือเพียง 2-3 บาทต่อลิตร
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงประเด็นที่สังคมตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องค่าการกลั่นว่า ค่าการกลั่นของโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้นผิดปกติจาก 2 บาท เป็น 6 บาทต่อลิตรนั้น กระทรวงพลังงานได้เข้าไปตรวจสอบ อย่างละเอียด และอธิบายว่าตัวเลขดังกล่าวเกิดจากความคลาดเคลื่อนของกลไกตลาดในช่วงสงคราม
โดยปกติสูตรคำนวณค่าการกลั่นที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ จะนำตัวเลขของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกที่อ้างตลาดน้ำมันสิงคโปร์ มาลบด้วยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปิดในแต่ละวัน ซึ่งสูตรราคาของไทยทั้งเบนซินและดีเซล ผูกติดกับตลาดสิงคโปร์โดยตรง ไม่ได้ผูกกับน้ำมันดิบ ในภาวะปกติ กำไรขั้นต้นของโรงกลั่นจึงมาจากส่วนต่างตรงนี้ ซึ่งยังไม่รวมค่าบริหารจัดการอื่นๆ ของโรงกลั่น
ทั้งนี้ ธุรกิจโรงกลั่นไม่สามารถกำหนดราคาซื้อน้ำมันดิบ หรือราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปได้เอง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกลไกตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสงคราม ช่องว่างของสูตรคำนวณนี้กว้างขึ้นจนดูเหมือนค่าการกลั่นพุ่งไปถึง 6 บาท แต่โลกความเป็นจริงของการซื้อขายไม่ได้เป็นเช่นนั้น
โดยต้นทุนน้ำมันดิบที่แท้จริงสูงกว่าราคาประกาศ เมื่อโรงกลั่นไปซื้อน้ำมันดิบในตลาด ผู้ขายไม่ได้ขายในราคาตามป้ายประกาศ แต่มีการบวกสิ่งที่เรียกว่า War Premium หรือ ค่าพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม เพิ่มเข้าไปอีกถึง 10-15 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ค่าระวางเรือ และค่าขนส่งต่างๆ พุ่งทะลุเพดาน ซึ่งผู้รับจ้างขนส่งทางเรือไม่ยอมคิดราคาตามตารางค่าขนส่งปกติ แต่ขอปรับราคาเพิ่มขึ้นจากความกลัวภัยสงคราม
“ปัจจัยทั้งสองนี้ถือเป็นต้นทุนที่แท้จริงที่พุ่งสูงขึ้น และเข้าไป กินส่วนต่าง ที่คำนวณได้จากสูตรปกติจนหมด ยิ่งไปกว่านั้น สูตรของไทยไม่อนุญาตให้บวกพรีเมียม: ในขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกมีการบวกค่าพรีเมียมเข้าไปในการซื้อขายระหว่างประเทศเช่นกัน แต่สูตรราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทยไม่อนุญาตให้โรงกลั่นนำค่าพรีเมียมดังกล่าวมาบวกเพิ่มในราคาขายในประเทศ”
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ผลลัพธ์คือ โรงกลั่นต้องแบกรับต้นทุนค่า War Premium จากฝั่งน้ำมันดิบ แต่ไม่สามารถนำมาเรียกเก็บคืนจากราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศได้ ดังนั้น เมื่อหักลบต้นทุนที่แท้จริงที่แฝงมากับช่วงสงครามแล้ว ส่วนต่างค่าการกลั่นที่ดูเหมือนจะกว้างถึง 6 บาทต่อลิตร จึงหดตัวลงมาเหลือเพียงประมาณ 2-3 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงปกติ
รัฐบาลจึงปล่อยให้กลไกนี้เป็นไปตามการค้าเสรี เพราะค่าการกลั่นมีขึ้นมีลงตามจริง บางครั้งก็เคยปรับลดลงไปเหลือเพียง 1 บาทต่อลิตร หรือกระทั่งในบางช่วงโรงกลั่นต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนก็มีมาแล้ว






