thansettakij
thansettakij
น้ำมันแพงซ้ำเติมอุตฯหนัก ต้นทุนพุ่ง 50% ไทยเสี่ยงขาดแคลนถุงพลาสติก-บรรจุภัณฑ์

น้ำมันแพงซ้ำเติมอุตฯหนัก ต้นทุนพุ่ง 50% ไทยเสี่ยงขาดแคลนถุงพลาสติก-บรรจุภัณฑ์

18 มี.ค. 69 | 04:11 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 69 | 04:12 น.

ส.อ.ท.ชี้พลังงานแพงซ้ำเติมอุตสาหกรรมหนัก ต้นทุนพุ่ง 50% จี้รัฐใช้กองทุนน้ำมันพยุง ระบุไทยเสี่ยงขาดแคลนถุงพลาสติก-บรรจุภัณฑ์

KEY

POINTS

  • ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลให้ต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น ปิโตรเคมี เหล็ก และปูนซีเมนต์ เพิ่มขึ้นถึง 35-50%
  • วิกฤตพลังงานกระทบต่อเนื่องถึงการขาดแคลนวัตถุดิบแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์
  • ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรส่งออก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ทาง ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐพิจารณาใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม เพื่อสร้างสมดุลราคา ลดแรงจูงใจในการแย่งซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม และบรรเทาต้นทุนการผลิต

และหากไม่เร่งแก้ปัญหา จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากต้นทุนพลังงานเป็นสัดส่วนสูงในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนัก เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม แก้ว เยื่อกระดาษ และปิโตรเคมี ที่มีต้นทุนพลังงานสูงถึง 35-50% ของต้นทุนทั้งหมด 

ส่วนอุตสาหกรรมทั่วไปมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 12-20% เมื่อราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น ย่อมผลักภาระไปยังราคาสินค้าปลายทางและผู้บริโภคในที่สุด และสถานการณ์พลังงานที่ตึงตัวในขณะนี้ กำลังกลายเป็น ตัวเร่ง ให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะต้นทุนสูง (Cost-Push Inflation) อย่างชัดเจน

น้ำมันแพงซ้ำเติมอุตฯหนัก ต้นทุนพุ่ง 50% ไทยเสี่ยงขาดแคลนถุงพลาสติก-บรรจุภัณฑ์

 

หากภาครัฐไม่สามารถบริหารจัดการสมดุลราคาพลังงานได้อย่างทันท่วงที ความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะต้องเผชิญทั้งราคาสินค้าพุ่ง และสินค้าขาดตลาด อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ และกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งระบบเศรษฐกิจไทย

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า นอกจากวิกฤตน้ำมันแล้ว ผลกระทบในด้านวัตถุดิบ (Supply Chain) ขณะนี้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีในพื้นที่ระยองบางแห่งต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว เนื่องจากขาดแคลนแนฟทา (Naphtha) ซึ่งต้องนำเข้าจากตะวันออกกลาง และจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นแล้วราว 40% และเสี่ยงที่จะไม่มีบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรส่งออก

รวมถึงอุตสาหกรรมปุ๋ยและวัสดุก่อสร้างอย่างอลูมิเนียมที่เริ่มขาดแคลนเช่นกัน จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนและเข้ามาควบคุมราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของทุกภาคส่วนในภาวะไม่ปกตินี้

“เรากำลังเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อสินค้าอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมส่งออก เช่น อาหารแช่แข็ง ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าในช่วงสงคราม แต่อาจไม่มีบรรจุภัณฑ์รองรับ”